[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] Episode 0

posted on 07 Mar 2016 01:58 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] Episode 0

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

Note: มีฉากรุนแรงค่อนข้างเยอะค่ะ

 

 

 

******

 

 

 

Episode 0

(Special Episode)

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

ฉันจำได้ทันทีในครั้งแรกที่ฉันพบนายแม้ว่าจากวันนั้นจะผ่านมาเป็นเวลาหลายปี

แต่สิ่งที่น่าแปลกคือคำพูดและการกระทำของนาย

รวมไปถึงสายตานายกลับมองมาที่ฉันราวกับว่าพวกเราไม่เคยพบกัน

หน้าตาฉันดูเปลี่ยนแปลงไปกว่าเดิมหรืออะไรกันนะ ?

แม้จะน่าเจ็บใจที่นายไม่สามารถจำฉันได้ แต่มันก็เป็นการดีที่ฉันจะใช้นายเพื่อแผนที่ฉันวางมาตลอด

ทั้งการกระทำและความคิดของฉันน่ะ..มันแย่มากเลยใช่ไหม

ขอโทษนะฮินาตะ...ที่ฉันมันน่ารังเกียจ

 

 

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

“เร่งมือเข้า! ตะวันจะตกดินแล้ว..เฮ้ย! ตรงนั้นอย่าชักช้าได้ไหม!!”

 

“ข-ขอโทษครับ!”ร่างเล็กๆสั่นก่อนจะรีบเร่งมือหยิบจับสิ่งของที่ปล้นมาได้ในวันนี้ลงในกล่อง เพื่อที่จะลำเลียงไปไว้ในห้องเก็บของบริเวณใต้ท้องเรือต่อไป

 

ภายใต้ใบหน้ามนที่มีกระแอบเหลือบมองเด็กชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างผู้สั่งการหรือก็คือกัปตันเรือแห่งนี้ เจ้าของร่างบางที่มีส่วนสูงไล่เลี่ยนั่นกำลังยืนจ้องมองพวกเขาอยู่ ฝ่ามือเล็กๆนั่นกำลังกำชายเสื้อของผู้เป็นพ่อของตนแน่นไม่ปล่อย

 

“เร่งมือทำงานไป! แล้วก็ตั้งใจฟังให้ดีๆด้วยล่ะ! ต่อจากนี้ลูกชายของฉัน คุนิมิ อากิระ จะเข้ามาควบคุมพวกนายแทนฉัน! แล้วอย่าเล่นตุกติกหรือไม่เชื่อฟัง ไม่งั้นฉันจะมีบทลงโทษแน่!”ใบหน้าเหี้ยมประกาศก้อง ก่อนจะดันหลังคนที่ตนเพิ่งแนะนำไปสักครู่ให้มาอยู่ข้างหน้า

 

“ควบคุมให้อยู่ล่ะอากิระ”สั่งการเสร็จจึงหันหลังเดินจากไป ผู้เป็นลูกชายมองตามก่อนจะหันกลับมาแล้วกอดอกประกาศก้อง

 

“เอ้า!! เร่งมือทำงานไปสิพวกนายทุกคน! ไม่งั้นฉันจะงดข้าวเย็นพวกนายนะ!”ว่าพลางจ้องไปที่ยามากุจิ คนขี้กลัวสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาจัดการในส่วนของตนต่อให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็งอีก

 

“ไม่เห็นจะอยากได้ ก็เหมือนอย่างเดิมทุกวันไม่ใช่รึไง”ร่างสูงพูดออกมาเบาๆแต่ก็จงใจให้คนสั่งการคนใหม่ได้ยิน ดวงตาสีทองภายใต้กรอบแว่นตวัดไปมองอีกฝ่ายซึ่งหันขวับมาก่อนจะพูดจาใหญ่โตอีกรอบ

 

“นี่นาย! แค่พ่อของฉันมีข้าวเย็นให้กิน มีที่ให้ซุกหัวนอนก็ถือว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว พวกนายนี่มันไม่สำนึกกันเลยจริงๆ!”

 

“..ไม่เห็นจะสน”ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆจนในที่สุดหนึ่งในพี่ใหญ่ของกลุ่มอย่างสึกาวาระจึงต้องหันมายิ้มแหยๆให้พลางลูบหลังสึกิชิมะราวกับพยายามห้ามปราม ซึ่งนั่นก็ได้ผลเป็นอย่างดี

 

“ฮึ รีบๆเร่งมือซะ”เมื่อเห็นว่าร่างสูงตรงหน้ายอมเลิก จึงสะบัดหน้าหนีก่อนจะเดินไปสั่งการรอบๆอีกครั้ง จนกระทั่งตะวันตกดิน ความมืดก็เริ่มครอบคลุมไปทั่วบริเวณ

 

บริเวณต่างๆของเรือเริ่มจุดไฟขึ้นในตะเกียงเพื่อให้ส่องแสงสว่าง ร่างของเด็กทั้งหมดซึ่งถูกจับมาโดนพาไปยังห้องกว้างซึ่งใช้เป็นที่หลับที่นอน รวมไปถึงกินข้าว ทุกร่างนั่งลงประจำที่ของตน ก่อนจะจัดการมื้ออาหารเย็นที่มีเพียงขนมปังเก่าๆแข็งๆและซุปที่เป็นของเหลือจากกลุ่มผู้ใหญ่

 

หากวันไหนที่อาหารไม่เหลือ..พวกเขาก็จะไม่ได้ทาน

 

หลังจากทานเสร็จจึงช่วยกันร่วมแรงร่วมใจดันโต๊ะไปไว้ที่มุมห้อง แล้วหยิบฟูกเก่าๆมาวางเรียงกันก่อนจะล้มตัวนอนอย่างทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็หลับไปอย่างรวดเร็วเพราะทั้งร่างล้าไปหมด

 

เหลือเพียงแค่คนๆเดียวที่ยังคงไม่หลับไม่นอน

 

เจ้าของร่างเล็กซึ่งมีเส้นผมสีส้มฟูผุดลุกขึ้นมาท่ามกลางความมืด ขยี้ดวงตาเล็กน้อยก่อนจะหันไปสะกิดคนข้างๆซึ่งกำลังนอนอยู่

 

“ทานากะซัง ทานากะซัง พาผมไปเข้าห้องน้ำหน่อยสิครับ”อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังหลับลึกหนำซ้ำคงไม่ตื่นง่ายๆ จึงล้มเลิกความพยายามก่อนจะดันกายขึ้นมายืน แล้วค่อยๆเดินไปเปิดประตูเบาๆ

 

บริเวณรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นจากทะเลเท่านั้นที่ดังเข้ามากระทบโสตประสาทการได้ยิน ก้าวเท้าเล็กๆนั่นไปยังห้องน้ำ หลังจากเสร็จธุระของตนจึงค่อยๆก้าวกลับมาอย่างระมัดระวัง

 

พวกเขาทุกคนอยู่บนเรือลำใหญ่ของกลุ่ม ‘โจรสลัดโชวกิ’ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มโจรสลัดที่หาตัวจับยากและมีเงินรางวัลค่าหัวสูงมาก กลุ่มโจรสลัดโชวกินี้ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ทั้งปล้นชิงทรัพย์ ฆ่า ซึ่งถือว่าเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้าน

 

พวกเขาสิบกว่าคนถูกพาขึ้นมาบนเรือของโจรสลัดโชวกิหลังจากหลบหนีจากสลัมมาได้ไม่นาน

 

หรือจะเรียกได้ง่ายๆว่าถูกจับตัวขึ้นมา ก่อนจะโดนใช้งานอย่างหนัก ซึ่งก็ผ่านมาเป็นปีสองปีกว่าแล้ว

 

ถามว่ามีอะไรดีบ้างไหมก็คงต้องตอบว่า เพราะการอยู่ร่วมกับคนป่าเถื่อนเหล่านี้ทำให้ทักษะการต่อสู้และเอาตัวรอดทั้งหลายต่างพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากและรวดเร็ว แต่ถ้าถามว่ามีข้อเสียไหมก็คงต้องตอบว่าเยอะแยะจนนับไม่ได้

 

ไม่ว่าจะโดนกดขี่ ข่มเหง ด่าทอ หนักสุดคือทำร้ายร่างกาย...

 

ดวงตาสีสว่างหันไปมองห้องแห่งหนึ่งซึ่งเคยได้เข้าไปเพียงไม่กี่ครั้ง ใต้ประตูมีแสงสีส้มทองอ่อนๆสว่างลอดออกมา ด้วยความสงสัยว่าดึกดื่นป่านนี้ใครคือคนที่อยู่ภายในห้องนั้นจึงแอบเปิดประตูอย่างระมัดระวังไม่ให้มีเสียง

 

กระพริบตาปริบๆพลางมองไปที่ร่างบางของลูกชายกัปตันเรือซึ่งกำลังกางหนังสือขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะ คิ้วนั่นขมวดมุ่นราวกับพยายามอ่านศัพท์ยากๆในหนังสือให้ออก

 

ดวงตาเรียวรีนั่นขยับมาจ้องคนที่แอบมองตนอยู่ตรงประตู ฮินาตะในวัยสิบขวบสะดุ้งเฮือกก่อนจะเผยกายออกมาแล้วเกาศีรษะแก้เก้อ

 

“ข-ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูนะ..ค-คือว่า..เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ”

 

“งั้นรีบไปนอนซะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องพ่อ”

 

“แต่ฉันนอนไม่หลับน่ะ..”ถูมือไปมา ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องแล้วกระโดดขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตัวสูงข้างๆ อีกฝ่ายหันมาจ้องเขม็งกับท่าทีของคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเพราะใบหน้าหวานนั่นยังคงยิ้มกว้างแล้วพูดจ้อต่อ

 

“นี่ๆ นายกำลังอ่านอะไรเหรอ ?”พอเห็นใบหน้าใสซื่อบวกกับดวงตาที่เป็นประกายกำลังจ้องมาก็ทำให้ใจอ่อน คุนิมิถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดตัดไป

 

“นายนอนไม่หลับใช่ไหม ถ้างั้นฉันจะอ่านหนังสือนิทานให้ฟัง”

 

“ว้าว! ดีจัง ถ้างั้นเล่าให้ฉันฟังหน่อยนะ”เสียงเล็กๆนั่นพูดอย่างดีอกดีใจ ก่อนจะท้าวคางเตรียมฟัง คุนิมิพลิกเปลี่ยนหน้า ไม่อยากจะยอมรับสักเท่าไหร่ว่าความจริงแล้วเขาก็นอนไม่หลับจึงเข้ามาหาหนังสือนิทานอ่านเหมือนกับคนข้างๆ

 

หลังจากเล่าไปได้สักพักซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาผ่านมานานเท่าไหร่ แอบเหลือบมองคนข้างๆที่นั่งปรือตาสัปหงกก็รีบกล่าว

 

“จบแล้วล่ะ นายง่วงแล้ว ไปนอนซะ”

 

“อื้อ ขอบใจมากนะคุนิมิ สนุกมากเลย นายอ่านหนังสือเก่งจัง”ยันกายลงไปที่พื้น สองเท้านั่นเก้าเตาะแตะไปบริเวณประตู ก่อนจะหันมายิ้มบางๆให้

 

“ฝันดีน้า”หันหลังออกไปพร้อมปิดประตูให้ ทิ้งให้คนมองตามแอบ