[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.12 [END]

posted on 22 Feb 2016 01:00 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.12

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 12

 

 

 

ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าผ่านมาวันนึงซะแล้ว

 

เมื่อลุกขึ้นนั่งบนเตียงที่นอนเป็นประจำตั้งแต่เด็กยันโต ก็พบกับของคุ้นตาที่มักจะห้อยบนคอเขาตลอดวางไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างๆเตียง แม้ในตอนแรกจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่ แต่พอหยิบขึ้นมาดูก็ถือว่าเป็นข้อยืนยันได้อย่างดี

 

สร้อยสมบัติประจำตระกูลคาเงยามะซึ่งมันควรจะอยู่กับฮินาตะ กลับนอนอยู่บนพื้นไม้แข็งๆบนโต๊ะนั่น

 

รีบออกจากห้องตรงดิ่งไปยังที่ๆคนร่างเล็กนั่นควรจะอยู่ หรือก็คือห้องที่เขาจัดไว้ให้พัก ไม่สนว่าตัวเองจะหิวน้ำจนคอแห้งผากหรือหมดแรงเพราะไม่ได้ทานอะไรเลยก็ตาม

 

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบกับความว่างเปล่า เดินทะลุออกไปยังสวนที่อยู่ติดกับห้องก็ไร้คนที่เขาตามหา

 

ดวงตาสีดำเข้มประกายน้ำเงินจับจ้องไปยังแปลงดอกเยอบีร่าซึ่งปกติมันควรจะสดใสและเบ่งบาน ในวันนี้กลับเหี่ยวเฉาเพราะไร้คนดูแล

 

สองเดือนแล้วที่ฮินาตะหายตัวไป

 

หลังจากวันนั้นที่เขารู้ว่าฮินาตะได้หนีไปจากตนก็ตามหาจนแทบบ้า แม้แต่อิวาอิซึมิก็ได้แต่บอกว่าไม่สามารถช่วยได้

 

ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนตอนก่อนที่กลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะจะบุกขึ้นไปบนเรือของเขา เป็นอย่างเดิมที่เขาไม่เคยได้พบฝูงอีกาเหล่านี้เลย

 

นั่นทำให้เพิ่งตระหนักได้ว่าเขาจะไปตามหาคนๆนั้นได้ที่ไหนถ้าไม่บังเอิญมาปล้นเรือผิดลำอีก

 

ผ่านไปเป็นเดือนๆที่เขาว้าวุ่นใจและร้องไห้จนแทบบ้า

 

เวลาที่ถูกเจียดให้มาตามหาเองแทบไม่มีเพราะต้องคอยจัดการเรื่องราวในบ้านเมือง สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือคอยพึ่งพาทหารของตนเท่านั้น

 

ทุกๆวันดำเนินไปอย่างที่เคยเป็นมา

 

ตื่นขึ้นมา ทานอาหาร ซ้อมดาบ จัดการเอกสารกองโต หรืออกงานต่างๆในบางวัน

 

แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ต่างออกไป

 

ความเฉยเมยต่อทุกอย่างตลอดเวลาแปรเปลี่ยนเป็นการคิดคำนึงถึงใครบางคนอยู่เสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

 

ฝันที่เกิดขึ้นในทุกคืนว่าฮินาตะยังคงอยู่กับเขากลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบว่าจริงๆแล้วแสงอาทิตย์อันสดใสที่ควรจะอยู่ข้างๆกลับหายไป

 

หรี่สายตาทอดมองจากหน้าต่างที่ห้องทำงานตนลงไปก็จะพบกับแปลงดอกไม้ที่มักจะมีคนตัวเล็กมานั่งก้มๆเงยๆหยดน้ำให้ดอกไม้เหล่านั้นประจำ แต่ในวันนี้กลับพบเพียงความว่างเปล่า

“ไง เจ้าเซ่อฮินาตะ ดูแลดอกไม้ดีรึเปล่าวันนี้ ?”

 

“เชิญชมความงามของดอกเยอบีร่าได้เลย!”

 

“ก็โอเคนี่”

 

“หา! ไม่ใช่ ‘โอเค’ แต่นี่มัน ‘เยี่ยม!’ ไปเลยต่างหาก!! ฉันไม่เคยดูแลดอกไม้มาก่อนเลยนะ!”

 

“ถ้างั้นก็ช่วยดูแลให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อย่าลืม ถ้ามันเหี่ยวฉันฆ่านายแน่นอน”

 

“กล้าก็ทำสิ”

 

“นายทำดอกไม้พวกนี้ตายหมดแล้วนะ”พึมพำออกมาก่อนจะกำมือแน่น ซบใบหน้าเข้ากับฝ่ามือที่ยกขึ้นมากดดวงตาตัวเอง

 

“กลับมาให้ลงโทษซะดีๆเจ้าทึ่ม..”

 

“แบบนี้โอเคแล้วเหรอฮินาตะ”สึกาวาระเดินเข้ามาบีบไหล่คนร่างเล็กที่เหม่อมองเส้นขอบฟ้าอยู่ กลิ่นทะเลที่ลอยขึ้นมาเตะจมูกไม่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเห็นท่าทีที่ควรจะร่าเริงสดใสกลับดูหมองหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนแค่ไหนก็ตาม

 

“อะไรโอเคหรอครับสึกะซัง ?”

 

“ก็เรื่องของนายกับคาเงยามะไง”

 

“มันผ่านมาตั้งสองเดือนแล้วนะครับ ผมลืมไปหมดแล้วล่ะ!”ร่างเล็กบิดขี้เกียจก่อนจะท้าวสะเอวจ้องมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า

 

เพราะอีกฝ่ายหันหลังให้อยู่จึงมองไม่เห็นสีหน้า

 

“เดิมทีระหว่างเรามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนะครับ เขาก็มีหน้าที่ของเขา เราก็มีหน้าที่ของเรา”จบประโยคจึงหันมายิ้มกว้างให้จนตาปิด

 

“ราชาน่ะ อยู่ร่วมกับโจรไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ ?”

 

เพราะคำพูดที่ออกมาจากปากของคนข้างหน้าทำให้ไม่กล้าพูดอะไรอีกนอกจากส่งยิ้มบางๆไปให้ แม้จะรู้ตัวดีก็ตามว่าสีหน้าตนกำลังแสดงความกังวลมากแค่ไหน

 

“โอเค! ถ้างั้นฉันไปเตรียมอาหารเย็นก่อนนะฮินาตะ วันนี้มีแกงกระหรี่ล่ะ!”พูดจบก็หันหลังแล้วโบกมือให้ ทันที่ไปจนลับสายตา ก็เหลือเพียงคนร่างเล็กที่หัวเราะออกมาเบาๆ

 

“แกงกระหรี่งั้นเหรอ..คาเงยามะคงชอบน่าดูนะ แกงกระหรี่ฝีมือสึกะซังน่ะ อร่อยพอๆกับร้านนั้นเลยแฮะ..”

 

“จู่ๆก็คิดได้อ่ะ! คิดว่าคนเป็นราชานี่วันๆจะกินแต่อาหารหรูหราในวังอะไรงี้เสียอีก แต่นายออกมากินอาหารในเมืองนี่แปลกคนดีนะ! ไม่กลัวโดนคนแอบใส่ยาพิษงั้นเหรอคาเงยามะคุง!”

 

“..ก็ร้านนี้..ทำแกงกะหรี่อร่อย..”

 

“ตอนนี้นายทำอะไรอยู่น้า..”แม้จะลากเสียงยาวราวกับกำลังอารมณ์ดี แต่บนแก้มก็สัมผัสได้ถึงหยดน้ำอุ่นๆที่ไหลลงมาทาบทับจนต้องปัดมันออกไป ก่อนจะซบใบหน้าลงกับแขนที่ยกมาพิงบนระเบียงเรือ

 

“ไม่โอเคเลย..แบบนี้ไม่โอเคเลยสักนิด..”

 

นับตั้งแต่วันนั้นที่ตามอิวาอิซึมิไปส่งคาเงยามะที่ห้องก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว

 

เมื่อตามไปถึงก็ขอให้ผู้เป็นพี่ชายของราชาคนนั้นออกจากห้องไป ก่อนจะถอดสร้อยที่ได้รับมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ

 

สัมผัสได้ถึงความอุ่นและลมหายใจที่สม่ำเสมอเพราะคนร่างสูงกำลังหลับสนิทก็รู้สึกโหวงเหวงในใจแปลกๆเมื่อคิดว่าต่อจากนี้จะไม่ได้เจอกันแล้ว

 

แต่ทุกอย่างมันก็มาจากการตัดสินใจของฮินาตะเอง

 

กระซิบไปข้างๆหูว่าจำเป็นต้องทำและบอกรักอีกฝ่ายไปก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ต่างอะไรกับตอนที่คาเงยามะจะบั่นคอตัวเอง

 

การกระทำที่เหมือนกันทำให้เข้าใจได้อย่างดีว่าอีกฝ่ายก็จำเป็นต้องทำเช่นกัน ดังนั้นความโกรธเคืองที่ควรจะเกิดขึ้นจึงไม่มีเหลือ

 

แต่กลายเป็นเขาที่กลับเป็นฝ่ายคิดถึงซะอย่างนั้น

 

“แล้วนายล่ะ..คิดถึงฉันบ้างไหมนะ คาเงยามะ ?”

 

คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่คนเดียวที่สามารถตอบได้กลับไม่อยู่ตรงนี้

 

 

 

******

 

 

 

แม้เวลากลางคืนจะมาถึงแล้ว แต่คาเงยามะกลับไม่อยากหลับแม้จะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด

 

เพราะรู้ดีว่าทันทีที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็จะพบกับคนที่เขาคิดถึงอีกครั้ง แต่มันจะเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง

 

ทิ้งตัวเองลงบนพื้นหญ้าในสวน ยกสองแขนขึ้นมาซ้อนวางศีรษะทับลงไป มองไปยังท้องฟ้าอันมืดสนิท

 

เพราะเป็นมุมที่ไม่มีแสงไฟจึงสามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน

 

ยิ่งเป็นเวลาเที่ยงคืน ดาวที่เคยได้รับการสอนมาจากคนที่มักจะอยู่ข้างกายจึงปรากฏให้เห็นในระดับสายตาพอดี

 

“นั่นน่ะ สามเหลี่ยมฤดูร้อน!”

 

“เหรอ ?”

 

“ปลายตรงนั้นน่ะกลุ่มดาวพิณ เห็นไหม ที่มีดาวเวกาน่ะ สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้เลยนะ หาง่ายมาก”

 

“เห็นแต่ดาวเวกาของนาย แต่มองกลุ่มดาวไม่ค่อยออกหรอก”

 

“รู้ไหมฮินาตะ..ตอนนี้นอกจากดาวเวกา ฉันเองก็รู้จักดาวอื่นๆแล้วนะ..”พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาแล้วชี้ไปยังจุดหนึ่ง

 

“นายให้ข้อมูลฉันมาผิดนะเจ้าทึ่ม..ความจริงแล้วสามเหลี่ยมฤดูร้อนประกอบไปด้วยดาวเวกา ดาวตานกอินทรีและดาวหางหงส์ต่างหาก..ไม่ใช่กลุ่มดาว”หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงใบหน้าอันสดใสและดวงตาที่เป็นประกายยามพูดถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนจะค่อยๆลดฝ่ามือลงมา

 

“แต่ยังไงก็ตาม..ดาวที่ฉันชอบที่สุดก็คือดาวเวกาอยู่ดี เหมือนกับนายนั่นแหละ..เพราะมันเป็นดาวที่นายทำให้ฉันรู้จัก”

 

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตู้หนังสือถูกยัดไปด้วยหนังสือดาราศาสตร์ การดูดาวต่างๆ

 

บริเวณหัวเตียง โต๊ะทำงาน หรือตามที่ต่างๆก็ถูกวางไว้ทั่วจนไม่ทันได้สังเกต

 

“แล้วดาวอะไรล่ะ ที่นายชอบอะไรมากที่สุด ?”

 

“ดาวเวกา เพราะมันสว่างมากจนทำให้มองเห็นกลุ่มดาวพิณได้ง่ายยังไงล่ะ ดูโดดเด่นจะตาย แทบละสายตาไม่ได้เลยล่ะ นายไม่คิดงั้นเหรอ ?”

 

“อือ..นั่นสิ”

 

“จริงอย่างที่นายพูด ดาวเวกามันสวยจริงๆจนละสายตาไม่ได้..”จับจ้องไปยังแสงอันโดดเด่นที่ได้รับการขึ้นชื่อว่า ‘ราชินีแห่งฟากฟ้า’ ก็อดที่จะชื่นชมออกมาไม่ได้อย่างที่เคยได้ยินมา

 

“แต่ตอนนั้นที่ฉันตอบรับไปน่ะ..หมายถึงนายนะ ฮินาตะ”

 

สว่าง เจิดจ้า ราวกับแสงของดวงอาทิตย์

 

แม้จะแสบตาไม่น่ามองแต่กลับละสายตาไม่ได้

 

รู้สึกตัวอีกทีก็หลงใหล กลายเป็นเงาที่มักจะเคียงคู่ติดตามข้างๆแสงนั่นไปเสียแล้ว

 

มือที่ลดลงค่อยๆเลื่อนมากดเปลือกตาที่ปิดสนิทอีกครั้ง

 

“คิดถึงนายชะมัด เจ้าเตี้ย..”

 

นอนค้างในท่านั้นเป็นเวลากี่นาทีก็ไม่รู้ แต่สัมผัสได้ว่าผ่านไปนานมากจึงยันกายลุกขึ้นนั่ง

 

แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างบริเวณพุ่มไม้ด้านหลัง

 

มือขวาเอื้อมไปกระชับดาบที่เหน็บเอวไว้ให้มั่น ก่อนจะค่อยๆย่องไปยังจุดนั้นอย่างระมัดระวังตัว

 

ทันใดนั้น เจ้าของเสียงก็กระโจนออกมาก็ทำให้ตกใจถึงกับเผลอก้าวเท้าถอยหลัง เมื่อแสงจันทร์ต้องกระทบเข้าที่ใบหน้าก็จำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือใคร

 

 

 

******

&n