[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.11

posted on 20 Feb 2016 19:18 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.11

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 11

 

 

 

“คุนิมิ..?”ทันทีที่เอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มจางๆบนดวงหน้าอ่อนเยาว์นั้น

 

“ท-ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ..?”

 

“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่ฉันต้องบอกนาย”ดวงตาสีดำปรายไปมองยังนายเหนือหัวของตนที่กำลังรับมือกับกลุ่มคนมากฝีมือจำนวนมากที่ตนจัดหามา ซึ่งแตกต่างกับครั้งก่อนๆ

 

แน่นอนว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายเหมือนในหนัง ที่ตัวเอกจะสามารถจัดการศัตรูได้ทุกคนแล้วมีชีวิตรอดต่อไปให้ผู้คนยกย่อง

 

แม้ว่าจะมีฝีมือมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่เรียนด้านการรบตลอดเวลาทั้งวัน ดังนั้นท่าทางของร่างสูงจึงดูแย่พอสมควรและอีกไม่นานก็คงจะลงไปกองกับพื้นเหมือนคนอื่นๆ

 

“เพราะยังไงสิ่งที่ฉันต้องการก็ใกล้จะมาถึงแล้ว และทุกอย่างก็จะจบลง”ฝ่ามือที่ดูขาวสะอาดไร้เลือดปะปนเผยให้เห็นมีดสั้นที่ซ่อนไว้อยู่ด้านหลัง

 

“ทันทีที่คาเงยามะตาย ฉันจะปลิดชีวิตตัวเอง เท่านี้ถือว่าภารกิจของฉันสำเร็จ”เจ้าของใบหน้าหวานแค่นยิ้มออกมาก่อนเตรียมจ่อมันไปที่คอ แต่แล้วทั้งร่างก็ล้มลงไปตามแรงกระแทกของฮินาตะที่พุ่งถลาเข้ามาจนมีดในมือกระเด็นออกไป

 

“ท-ทำอะไรของนาย!!”ตวาดใส่คนที่ล้มทับตัวเองและพยายามดันออก แต่พอเจ้าของเรือนผมสีส้มฟูเงยขึ้นมาก็ถึงกับชะงักไปเมื่อเจอกับดวงตาที่แสนจะมุ่งมั่นซึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา

 

“เสียสติไปแล้วรึไง!!”

 

“นายไม่เข้าใจฉันหรอกฮินาตะ! ฉันต้องอดทนอยู่ร่วมกับคนที่ฆ่าพ่อของฉันมาตลอดครึ่งนึงของทั้งชีวิตจนถึงทุกวันนี้!! พวกเขาฆ่าพ่อของฉัน เพื่อนของพ่อฉัน..กลุ่มโจรสลัดโชวกิ..ตายกันหมดเลย.."น้ำเสียงเริ่มโอนอ่อนลง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง

 

"ฉันรอวันนี้มานานมากแค่ไหนนายไม่เข้าใจหรอก!!”

 

“ถ้าเกลียดขนาดนั้นก็ฆ่าฉันเลยสิ!!”

 

“ทำไมฉันต้องฆ่านายด้วย!?”ร่างที่สูงกว่ามองคนที่ตะคอกใส่หน้าตัวเองซึ่งนอนทับบนอกอยู่อย่างไม่เข้าใจ ยังไม่ทันที่ร่างเล็กตรงหน้าจะปล่อยคำพูดของตนออกมา อีกฝ่ายก็ลอยขึ้นพร้อมตนที่ถูกจับเหวี่ยงไปอีกทาง

 

สัมผัสได้ถึงความมึนและความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาบริเวณหลังของตนเพราะกระแทกเข้ากับฝาผนังอย่างแรง ปรือตามองคนที่ตนเพิ่งคุยไปเมื่อสักครู่ก็เห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังแก้มัดให้

 

เป็นกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

 

“เป็นอะไรไหมฮินาตะ!?”สึกาวาระเงยหน้าขึ้นมาถามลูกเรือคนสำคัญพลางพยายามแก้มัดให้คนตัวเล็กต่อไป พอเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่ค่อยๆยิ้มแล้วโถมกอดเข้ามาหาอย่างคิดถึงก็ทำได้แค่ลูบปลอบปะโลม

 

คนตรงหน้ากำลังสั่น..

 

“ช่วยเขาด้วยครับสึกะซัง…”น้ำเสียงเล็กๆนั่นดังขึ้นข้างหู เจ้าของชื่อถึงกับชะงักก่อนจะถามกลับไปเบาๆราวกับพยายามหาข้อยืนยันให้กับความเชื่อของตน

 

“เขาที่ว่านี่..?”

 

“ช่วยคาเงยามะด้วยครับสึกะซัง ผมขอร้อง..อย่าให้เขาตาย”คำตอบชัดเจนที่ได้รับมาทำให้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอันอบอุ่นเลื่อนไปสบกับนัยน์ตาของผู้เป็นกัปตันของกลุ่มคาราสึโนะ

 

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ตาม แต่หัวหน้าของทุกคนก็เอ่ยปากสั่งการให้เข้าช่วยเหลือตามคำขอของร่างเล็กซะแล้ว

 

คาเงยามะกัดฟันแน่นพยายามออกแรงดันดาบของตนที่ทาบทับกับดาบของฝ่ายศัตรูสามคนที่หมายจะเอาชีวิตเขาอยู่ แรงที่พยายามจะต้านไว้เริ่มลดลงเรื่อยๆจนเริ่มคิดว่าคงต้องสละมือไปข้าง แต่แล้วร่างของสามคนตรงหน้าก็กระเด็นไปอีกทาง

 

ดวงตาสีเข้มหันไปมองอย่างงงๆก่อนจะเลื่อนกลับมาหาตัวการที่พุ่งเข้ามาช่วยเขา แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อพบกับจำนวนคนแค่สอง แต่สัญลักษณ์บนบ่านั่นสร้างความคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี

 

“อย่าเข้าใจผิดไปล่ะ! ที่พวกฉันช่วยนายก็เพราะโชวโยขอมาหรอกนะ!!”ร่างเล็กๆที่เซตผมสีดำให้ตั้งขึ้นไปกล่าว ปอยผมหน้าที่ย้อมให้เป็นสีทองดูโดดเด่นนั่นเป็นลักษณะที่ทำให้คาเงยามะรู้สึกจำคนๆนี้ได้โดยง่าย

 

อีกคนที่มาด้วยกันไม่ได้พูดอะไรนอกจากขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะสูงน้อยกว่าเขาแต่ก็มีร่างกายที่บึกบึนสมชายดูท่าทางมีพลังเยอะ แต่ว่าใบหน้าที่ดูเหมือนนักเลงนั่นกำลังจ้องเขาอยู่จึงทำได้แค่หลบสายตาเท่านั้น

 

แล้วสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็จบลงโดยกลุ่มคนที่บุกเข้ามาโจมตีเหล่านั้นถอยทัพกลับไปเนื่องจากจำนวนคนในฝ่ายของคาเงยามะที่เพิ่มขึ้นนั่นก็คือกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะ แม้จะแค่ไม่กี่สิบคนแต่ก็ยากที่จะต่อกรด้วย

 

เบนสายตาไปสบกับเจ้าของร่างเล็กที่นั่งกุมข้อมือซึ่งขึ้นสีแดงเถือกและมีรอยถลอกบนแท่นประหาร ความรู้สึกผิดก็ประเดประดังเข้ามาท่วมอก

 

คนที่เขาจับดาบหมายจะบั่นคอคร่าชีวิต..กลับช่วยชีวิตเขาไว้ในเวลาถัดมา

 

สองขาค่อยๆขยับหวังจะก้าวไปหาคนๆนั้น แต่แล้วร่างที่สูงกว่าเขาเกือบห้าเซนก็เดินมาขวางไว้ ใบหน้าที่ดุดันนั่นจ้องมาก่อนที่ยกมือขึ้นราวกับพยายามห้ามไว้

 

“ก่อนที่นายจะไปหาฮินาตะ ฉันอยากให้นายได้ฟังอะไรสักอย่าง”อาซาฮิกล่าวก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับนาริตะและคิโนชิตะซึ่งพาคนสนิทของคาเงยามะออกมาหยุดตรงหน้าผู้เป็นราชา

 

ร่างสูงเบิกตามองก่อนจะค่อยๆหรี่ลง ถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“ทั้งหมดนี่..ฝีมือนายเหรอ ?”

 

“ใช่..”ใบหน้าหวานยิ้มมุมปาก ก่อนจะค่อยๆอธิบายถึงความต้องการของตนออกมา

 

“สงสัยล่ะสิว่าทำไม..ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะว่าพ่อนายนั่นแหละที่เป็นคนฆ่าพ่อฉัน..”คุนิมิก้มหน้าลง ภายใต้ดวงตาคู่นั้นมีภาพพื้นหินอยู่

 

“แล้วยังจะรับฉันเข้ามาอยู่ในการเลี้ยงดู..หวังจะให้ฉันเป็นข้ารับใช้ให้นายสินะ เหอะ!”จบประโยคก็สะบัดใบหน้าขึ้นมาสบตาท้าทาย แล้วตะคอกใส่อย่างฉุนเฉียว

 

“ฉันทนมานานเพื่อรอวันนี้โดยเฉพาะ!! แม้จะเสียดายที่พ่อนายดันป่วยตายไปก่อนแต่ฉันก็จะฆ่าล้างให้หมด! ให้สาสมกับที่นายทำไว้กับพ่อของฉัน!”

 

“แต่พวกนายก็ทำมันพังทั้งหมด..ทั้งๆที่เจ้าราชานี่มันจับหนึ่งในลูกเรือของพวกนายมาแท้ๆ”ดวงตาสีเข้มซึ่งเต็มไปด้วยความแค้นที่ระเบิดออกมาตวัดไปมองกลุ่มคนที่จับตัวของตนไว้

 

“คุนิมิ”ฮินาตะเอ่ยเรียกชื่อ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้า สึกาวาระที่ทำท่าจะห้ามแต่แล้วบ่าทั้งสองข้างของตนก็ถูกจับไว้จากซาวามุระทำให้ตัดใจความต้องการในตอนแรกของตน

 

“ถ้านายจะแค้นคาเงยามะ..ก็แค้นฉันเถอะ”

 

“ทำไมฉันต้องแค้นนายด้วยฮินาตะ..นายต่างหากที่ต้องแค้นฉัน เพราะฉันเกือบฆ่านาย แถมยังโยนความผิดใส่อีกนะ”ใบหน้าหวานยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว สบเข้ากับความสว่างสดใสภายใต้ลูกแก้วสีอ่อนตรงหน้าอย่างรู้สึกแย่จนทั้งร่างไม่เหลือแรงแม้แต่นิดเดียว

 

“ราชาคนก่อนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย..พวกเขาแค่ปิดความจริงโดยการบอกกับทุกคนว่าพวกเขาเป็นคนฆ่ากลุ่มโจรสลัดโชวกิเท่านั้น”

 

“ท-ทำไมนายถึงรู้ล่ะ..? ตอนนั้นเราก็ปฏิบัติภารกิจด้วยกันไม่ใช่รึไง ที่ปล้นหมู่บ้านน่ะ! แล้วพวกนายก็หนีไปหลังจากที่พวกพ่อๆของฉันตายไม่ใช่เหรอ ?”ร่างซึ่งคุกเข่าอยู่พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก เริ่มไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสรุปมาตลอดเวลาหกปีที่ผ่านมา

 

“รู้สิ ก็เพราะพวกเราเป็นคนล้างบางกลุ่มโจรสลัดโชวกิเองนี่นา”เรือนผมสีส้มสว่างนั่นค่อยๆตกลงมาปรกตาเพราะอีกาตัวเล็กนั่นค่อยๆก้มหน้าลงมามอง

 

ประโยคสุดท้ายที่ดังขึ้นทำให้ร่างโปร่งถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นทั้งตัว

 

ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้นเพราะดวงตะวันกำลังขึ้นสูง

 

โลกทั้งใบเบลอไปหมดจนไม่อาจได้ยินเสียงอะไรนอกจากคำพูดของฮินาตะเมื่อสักครู่ที่ยังคงดังขึ้นวนเวียนไปมา

 

“ฉันนี่แหละที่เป็นคนจัดการกับพ่อของนาย..”

 

สึกาวาระกำมือแน่นก่อนจะหันไปซบไหล่คนข้างๆซึ่งเลื่อนแขนมาโอบราวกับพยายามปลอบใจ สัมผัสได้ถึงแรงตบที่บ่าเบาๆจากอาซาฮิที่เดินเข้ามาหา ยามากุจิที่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดอะไรเนื่องจากตนเป็นคนเห็นการตัดสินใจของทั้งสามเมื่อสมัยยังเด็ก แม้ว่าการจับไหล่จากสึกิชิมะจะช่วยได้บ้างแต่ความรู้สึกแย่ๆในใจก็ยังไม่หายไป

 

“เพราะตอนนั้นที่ฉันบอกกับไดจิไปว่าให้ไว้ชีวิตคุนิมิ..”เจ้าของดวงตาอันแสนอ่อนโยนค่อยๆเอ่ยออกมา แล้วคำพูดก็กลืนหายลงไปในลำคอ

 

ความเจ็บปวดจากอกแล่นขึ้นมาจนนิ่วหน้า

 

คุนิมิมองมือตัวเองก่อนจะค่อยๆกำมัน

 

ทำผิดมาตลอด..พลาดมาตลอด..เข้าใจผิดมาตลอด..

 

ทั้งๆที่ควรจะช่วยคาเงยามะในการตามล่าตัวของกลุ่มคาราสึโนะตั้งแต่แรกแท้ๆ..เรื่องทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ว่ากลุ่มอีกาก็เคยไว้ชีวิตเขา..และเคยดีด้วยมาตลอดสมัยยังอยู่บนเรือโชวกิ รวมไปถึงคนที่เคยฆ่าพ่อของตนที่ในอดีตก็เคยช่วยเหลือเขาในเรื่องต่างๆจนถึงปัจจุบันก็เห็นตนเป็นเพื่อน

 

พอนึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมารังเกียจคนชั้นสูงที่เก็บตนมาเลี้ยงก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยงตนเอง

 

ทั้งๆที่พวกเขาใจดีด้วยมาตลอดแท้ๆ..แต่ในใจกลับคิดในสิ่งที่สวนทางกันมาตลอด..

 

ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะทำ

ไม่รู้ว่าความแค้นที่ก่อเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หายไปไหน

 

พ่อคงไม่มีวันภูมิใจในตัวเขา..

 

“นายจะฆ่าฉันก็ได้นะคุนิมิ แต่ฉันไม่ยอมให้นายฆ่าฉันได้ง่ายๆหรอกนะ”ร่างเล็กยังคงพูดออกมา จ้องมองเข้าไปในดวงตาอันว่างเปล่าของอีกฝ่ายที่ดูหมดพิษสง หันไปสบเข้ากับคนร่างสูงซึ่งยืนข้างๆ

 

“นายจะทำยังไง คาเงยามะ ?”

 

“..โทษตัดสินก็คงเหมือนนาย”

 

“ขอร้องล่ะครับ!!”แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู เมื่อหันไปมองตามก็เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะที่ถลาเข้ามาคั่นกลางไว้ระหว่างเขากับคุนิมิ

 

“อย่าประหารเขาเลย! ที่เขาทำไปเป็นเพราะความไม่รู้!!”คินดะอิจิพยายามพร่ำขอร้อง แววตาร้อนรนแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

 

“ฉันขอร้องด้วยอีกคนนะคาเงยามะ อย่าประหารคุนิมิเลย ที่ผ่านมาฉันรู้สึกได้ว่าคนๆนี้ไม่ได้เกลียดนายเต็มร้อยหรอก! ไม่งั้นเขาจะทำตามคำขอร้องของนายโดยการเอาดอกเยอบีร่ามาให้ฉันทำไม!”กลายเป็นฮินาตะที่ส่งเสียงขออีกคน ก่อนจะพุ่งเข้าไปเขย่าแขน

 

“เขาไม่ได้ใจร้ายสักนิดเลยคาเงยามะ! เขาคอยช่วยเหลือฉัน ให้คำแนะนำฉัน และก็ยิ้มให้ฉันด้วย คุนิมิมีความอ่อนโยนมากจริงๆนะ!”

 

“ถ้าเป็นนาย นายจะปล่อยคนที่คิดจะฆ่านายไว้ในบ้านของตนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ ?”

 

“น-นั่นมัน..”

 

“ถ้าไม่อยากให้คนที่คิดจะฆ่านายไว้ในบ้านของนาย ก็เอาเขามาไว้ในบ้านของฉันสิ”เสียงหนึ่งดังขึ้น คินดะอิจิหันกลับไปเขย่าตัวคุนิมิเบาๆ ซึ่งเขารู้ดีว่าเป็นเสียงของใคร

 

เพราะเป็นคนที่คินดะอิจิยอมลงทุนไปตามมาเอง

 

ซึ่งแน่นอนว่าคนๆนั้นก็ยอมมาแต่โดยดีเพราะว่าในครั้งนี้มี ‘อิวาอิซึมิ’ ตามไปขอร้องด้วย

 

เรื่องทั้งหมดที่ใครเป็นตัวการถูกเปิดเผยขึ้นเนื่องจากการสืบของคินดะอิจิและความจริงก็ปรากฏเมื่อคืนนี้ ทันทีที่อิวาอิซึมิกลับมาจากห้องของคาเงยามะ ข้อมูลทั้งหมดของทหารคนสนิทก็ถูกถ่ายทอดออกไปให้ได้รับรู้

 

สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การไปบอกผู้เป็นราชา แต่คือต้องการทางแก้ไม่ให้คุนิมิต้องเจอกับความตายหลังจากเรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผย

 

แม้ในตอนแรกจะสองจิตสองใจที่จะช่วยเหลือระหว่างฮินาตะและคุนิมิ แต่พอพบกับกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะโดยบังเอิญที่บริเวณท่าเรือเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงตัดสินใจไปตามคนๆเดียวที่สามารถช่วยคุนิมิได้ทันทีอย่างไม่ลังเล

 

“โออิคาวะซัง..?”

 

“ว่าไงล่ะโทบิโอะจัง ฉันไม่รังเกียจที่จะรับคุนิมิ อากิระเข้ามาไว้ในวังของฉันหรอกนะ”ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มมาพลางโบกมือทักทาย เจ้าของชื่อที่ถูกพูดถึงหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ

 

“อีกอย่าง โทษของคุนิมิก็ยังไม่ตัดสินนี่นา ถ้านายยอมให้คนๆนั้นเข้ามาอยู่กับฉันก่อนที่ทางการจะตัดสินโทษ เท่านี้ก็เป็นเรื่องของฉันแล้วนาที่จะตกลงหรือไม่ตกลงการประหารของคุนิมิน่ะ”ความเงียบเป็นสิ่งที่คาเงยามะส่งกลับไป แต่พอมองเข้าไปในดวงตาสีขนกานั่นก็ทำให้ผู้เป็นราชาจากต่างเมืองรู้ดีว่าคำตอบคืออะไร

 

“ถ้างั้นก็ตามนั้นล่ะนะ!”รอยยิ้มร่าเริงที่มักซ่อนความจริงจังเอาไว้ภายใต้นั้นปรากฏขึ้นเหมือนทุกครั้ง คาเงยามะมองคุนิมิที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนตามแรงพยุงของคินดะอิจิก็เอ่ยเรียกหยุดไว้ก่อน

 

“คุนิมิ!”

 

“อ-อะไรเหรอ ?”ร่างโปร่งหันกลับมาอย่างสั่นๆไม่กล้าสบตา ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้ามาจนไม่กล้าที่จะมองหน้าผู้ที่คอยเลี้ยงดูตนมาตลอด

 

“ฉันไม่เคยเกลียดนายหรอกนะแม้ว่านายจะคิดฆ่าฉันน่ะ ไม่ว่ายังไงนายก็เป็นเพื่อนของฉันอยู่ดี”

 

“อ-อื้ม..ขอโทษนะ”มีเพียงยิ้มแห้งๆที่ตอบกลับมา ผู้เป็นราชาจึงหันกลับไปหาร่างเล็กซึ่งยืนอยู่ข้างๆแทน

 

“ฮินาตะ..”พุ่งเข้ากอดอีกฝ่ายจนแนบแน่นพลางซุกหน้าลงบนไหล่ไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น ทั้งทหารของตนที่มองมา ทั้งกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะหรือพี่ชายของตน แม้กระทั่งราชาโออิคาวะที่ผิวปากเพื่อล้อเลียน ได้ยินเสียงหัวเราะแหะๆจากอีกคนก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่จนแสบจมูก

 

“นายกล้ากอดคนที่ไม่ได้อาบน้ำมาหนึ่งคืนได้ไงเนี่ย ตัวฉันไม่ได้หอมหรอกนะ..หรือว่านายมีรสนิยมแบบนี้กันน้า!~ คาเงยามะคุง!”

 

“ไม่เลย ตัวนายไม่ได้เหม็นสักนิดเจ้าเตี้ย”ตอบกลับไปด้วยเสียงอู้อี้ ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แน่นกว่าเดิม

 

“ขอโทษนะ..และก็มีเรื่องจะสารภาพน่ะ”

 

“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าเรื่องมีดที่นายโกหกฉันน่ะ ฉันรู้แล้ว สมบัติจริงๆเป็นสร้อยที่นายให้มาใช่ไหมล่ะ!”

 

“ให้ตายสิ..อย่างนี้นายก็ไม่มีหนี้ให้ชดใช้ฉันน่ะสิฮินาตะ”’

 

“ฮะๆ นายนี่ขี้โกหกชะมัดเลย”เอื้อมฝ่ามือขึ้นมาโอบก่อนจะลูบเรือนผมตัดสั้นสีดำเบาๆ

 

“นายเกลียดฉันไหมฮินาตะ..”น้ำเสียงที่อู้อี้ยังคงดังขึ้นต่อแต่ถึงอย่างนั้นก็ฟังออกได้ไม่ยาก เจ้าของร่างเล็กยิ้มบางๆก่อนจะตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน

 

“ไม่เลย..ไม่เคยเกลียดนายเลย อ๊ะ..ยกเว้นตอนแรกๆที่ฉันหงุดหงิดเพราะนายจับฉันขังน่ะนะ ตั้งแต่ตอนแรกสุดเลยที่เราเจอกัน เผด็จการชะมัดเลยนายเนี่ย เอะอะจับขังเอะอะจับประหาร”

 

“โทษนะ..”น้ำเสียงค่อยๆหายไปแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ฮินาตะยิ้มก่อนจะค่อยๆประคองอีกฝ่ายแล้วจัดท่าดีๆ

 

“หมอนี่หลับไปทั้งที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเลยแหะ..”สึกิชิมะเอ่ยพลางปรายตามอง ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากยามากุจิที่มักจะเกิดขึ้นเสมอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคิดถึงเนื่องจากห่างกันมานาน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นนอกจากเม้มริมฝีปาก

 

“คงจะเหนื่อยมากและสบายใจได้ซักทีที่เรื่องทั้งหมดสิ้นสุดลงน่ะนะ”เอนโนชิตะกล่าวพลางกอดอกยิ้มจางๆ

 

“นี่ นายคนสวน..ไม่สิ..อิวาอิซึมิซัง”หันไปสบตาเข้ากับดวงตาสีดำเหลือบเขียวที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไป เจ้าของชื่อเลิ่กคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงจากอีกคนก็ดังขึ้น

 

“อุ๊บ!..ฮ่าๆ!! เจ้าตัวเล็กนั่นเรียกนายว่าคนสวนแหละอิวะจัง! ดูสิ!! นี่นายเป็นคนสวนตั้งแต่เมื่อไห— โอ้ย!!”

 

“มีอะไรงั้นเหรอฮินาตะ”ปิดเสียงล้อเลียนน่ารำคาญนั่นด้วยการเตะไปหนึ่งทีก่อนจะหันมาสานต่อเรื่องที่คนตรงหน้าตั้งใจพูดต่อให้จบ

 

“ช่วยพาคาเงยามะไปที่ห้องของเขาทีสิครับ..แหะๆ..คือว่า..เขาหนัก”ร่างเล็กยิ้มจนตาหยีก่อนจะเอียงศีรษะ คนที่ถูกขอร้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าลงแล้วเดินมาแบกน้องชายของตนขึ้นหลัง

 

ฮินาตะหันไปพยักหน้าให้กับกลุ่มครอบครัวอีกาของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาเข้าใจอย่างดี ก่อนร่างเล็กจะเดินตามอิวาอิซึมิไป

 

 

 

TBC.

 

 

 

******

 

 

 

สำหรับตอนหน้าก็เป็นตอนจบแล้วนะคะ

ฮืออ ยาวนานมาก ขอโทษที่มาลงช้าด้วยค่ะ ; v ;

พอลงตอนจบแล้วก็จะมีบทส่งท้ายอีกตอนอยู่นะคะ

 

 

V A L I N O ★

Comment

Comment:

Tweet

มีค้างคาเรื่องที่คุนิมิกับฮินะจังจำกันไม่ได้เหมือนกันนะคะ //รึรู้แต่อุบไว้ ///รึเด็กกันเกินไปจำไม่ได้? อืมมม ไม่น่าใช่

 

โทบิโอะ หมดเท่ตอนท้ายเลยอ่ะ ตอนหน้าขอยาวๆ+ตอนพิเศษอีกนะคะ //คือกะไม่ให้จบอ่ะ 55 

ทีนี้รู้สึกว่าจะมีประเด็นอะไรอีกสักเรื่องในตอนจบแฮะ ฮินะจังอาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่จะเจอกันเมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองคนตัดสินใจได้อีกทีรึเปล่านะ สังหรณ์ใจยังไงชอบกล 

 

อยากได้ตอนพิเศษของคุนิมิกับหัวหอมคุงจังเลยค่ะ //โออิวะนี่รู้อยู่แล้วว่ามหาราชายังไงก็จีบเขาไม่ติดอีกนาน 555+ ถ้าแต่งไหวก็ขอบคุณมากค่ะ อิอิ

#2 By dAllEn (171.6.158.160) on 2016-02-20 22:28

ในที่สุดดดด ก็คลี่คลายยยยยยยยแล้ววววว ไม่มีใครตายด้วยยย ฮือออออ ลุ้นแทบตายเลยค่ะ แต่แอบสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมฮินะจังถึงจำคุนิมิไม่ได้? แต่ตอนหน้าก็จบแล้ว ไม่อยากเลยค่ะ 5555555 คือเอาจริงยังหมั่นไส้คาเกะอยู่ อยากให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของฮินะจังตอนรู้ตัวว่าจะโดนประหารซะบ้างงงง ฮึ่มมมม รอตอนหน้าค่าาา (((o(*???*)o)))

#1 By ferinn (171.7.79.187) on 2016-02-20 21:46