[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.10

posted on 15 Feb 2016 23:23 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.10

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 10

 

 

 

ทอดสายตามองไปยังหน้าต่างบานเล็กเหนือศีรษะที่มีซี่กรงเหล็กขวางกั้นไว้กันหนี เผยให้เห็นท้องฟ้ายามเย็นซึ่งมีสีแสดเป็นสัญญาณว่าตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า

 

เสียงกระพือปีกของฝูงนกที่กำลังกลับรังไม่ช่วยให้ความคิดในจิตใจเงียบลงเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลง จู่ๆก็มีทหารบุกเข้ามาถึงในห้องที่อยู่มาตลอดเวลาที่ผ่านมา แล้วลากคอเขามายังคุกใต้ดิน

 

แม้ในตอนแรกจะโวยวายไปด้วยความสงสัย แต่พอคนที่พาเข้ามาบอกว่านี่เป็นคำสั่งของคาเงยามะ ถ้าเขาขัดขืนมากกว่านี้สามารถโดนบั่นคอได้โดยง่ายทำให้ยอมสงบลง

 

ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะอยากคุยกับผู้เป็นราชามากกว่าว่าทำไมถึงทำแบบนี้

 

เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ ?

 

หลังจากที่ทะเลาะกัน ไม่นานหลังจากนั้น คุนิมิก็เป็นคนเอาดอกเยอบีร่ามาให้หนึ่งดอกแล้วบอกว่าคาเงยามะฝากมา ฮินาตะคิดว่าคนๆนั้นคงอารมณ์เย็นขึ้นแล้วและรอคอยให้อีกฝ่ายกลับมาจากต่างเมือง

 

แต่สิ่งที่คาดหวังไว้กลับสวนทางกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง

 

ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าเขาทำอะไรผิด

 

แต่ก็หวังว่าคาเงยามะจะเชื่อในตัวเขา

 

เม้มปากพลางกุมจี้ที่อยู่บนคอแน่น ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังนอกกรงขังอย่างแน่วแน่ รอคอยการปรากฏตัวของอีกฝ่ายทุกวินาที

 

ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าดวงอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะเห็นดวงดาวนับล้านอย่างทุกทีกลับถูกทาทับด้วยแสงไฟจากในผู้คนในเมือง พาลคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาไม่นานก่อนหน้านี้

 

วันที่ได้รับสร้อยจากคาเงยามะ..

 

วันที่ดูดาวด้วยกัน..

 

เสียงฝีเท้าหยุดลงข้างหลังจนหันไปมอง ไล่จากล่างขึ้นข้างบนก็พบบุคคลที่อยากเจอมากที่สุดกำลังยืนมองเขาจากอีกฟากฝั่ง ทหารที่ควรจะเฝ้าอยู่หน้าห้องกลับถูกสั่งให้ไปยืนรอด้านบนแทน

 

“คาเงยามะ..”

 

“ฉันมีคำถามจะถามนายไม่กี่ข้อ”

 

“อืม ว่ามาเลย”พยักหน้าตอบรับ ถ้าอีกฝ่ายกล้าที่จะถามมา เขาก็กล้าที่จะตอบ ถึงแม้มีหน้าที่ตอบอย่างเดียวก็ตามแต่ก็อยากเป็นฝ่ายถามคนตรงหน้าว่า

 

นายกล้าที่จะเชื่อใจฉันไหม ?

 

“นายมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม ?”

 

“หมายความว่าไง ?”

 

“เรื่องการลอบสังหารฉัน..และก็..การทำลายเมืองของฉัน”

 

“ถ้าฉันมีส่วนรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้ ทำไมฉันจะต้องฆ่านายด้วยล่ะคาเงยามะ ? อีกอย่าง..ตอนนั้นฉันก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกันไม่ใช่รึไง ตอนเหตุการณ์ไฟไหม้น่ะ”ร่างเล็กตอบกลับไปโดยยกเหตุการณ์มาอ้างอิง คนตรงหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ

 

“...แต่นายเคยปล้นเรือฉันมาก่อน..และก็ตอนนั้น..นายไม่ได้ล่อให้ฉันเข้ากองไฟไปใช่ไหม ?”

 

“ผิดพลาดจริงๆตอนปล้นเรือ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปปล้นเรือนาย..พ-พวกฉันแค่ขึ้นเรือผิดจริงๆนะ! ความจริงจะไปปล้นเรือของโจรสลัดกลุ่มหนึ่งต่างหากแต่ว่า..ข่าวผิดพลาดน่ะ”ค่อยๆกลืนน้ำลายเมื่อรู้สึกว่า ‘ความจริง’ ที่ตนพูดออกไปดูฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามกล้ำกลืนกล่าวต่อไป

 

“แล้วก็ตอนไฟไหม้..ฉันบอกนายไปแล้วนะว่าฉันก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน..”

 

“แต่เชลยที่ฉันจับมาได้ กว่าจะบีบคั้นให้พูดออกมาต้องทำร้ายจนเกือบตาย และคำพูดที่หมอนั่นบอกก็คือเป็นฝีมือของกลุ่มคาราสึโนะ”

 

“แต่ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนะ!! และฉันเชื่อว่าพวกไดจิซังต้องไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่!”โวยวายเสียงดังลั่น มองใบหน้าอีกฝ่ายที่ก้มลงไม่ยอมสบตาก็รู้สึกใจเสีย

 

ลำพังแค่คำพูดจะไปมีน้ำหนักอะไร

 

สุดท้ายแล้วคำแย้งทั้งหลายที่เตรียมจะพูดก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ สายตายังคงจ้องมองร่างสูงที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

“ทางการและฉันตัดสินโทษของนายแล้ว..เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา..”

 

“....”

 

“นายโดนตัดสินโทษประหารพรุ่งนี้เช้า”

 

สิ้นคำพูด ก็รู้สึกว่าหูตัวเองอื้อจนไม่ได้ยินอะไรอีก สัมผัสได้ถึงความชาที่ค่อยๆไหลไปทั่วร่าง ถึงจิกเล็บเข้าฝ่ามือแต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย

 

“ที่ฉันมาคือต้องการฟังความจริงจากปากนายเท่านั้น..ฉันเชื่อนายนะฮินาตะ ถึงแม้นายจะไม่ได้ทำก็ตามแต่ยังไงก็เป็นหนึ่งในกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะอยู่ดี”

 

“แต่ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่เหรอคาเงยามะ..ฉันเชื่อว่าพวกพ้องของฉันไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้..”แม้จะอ้อนวอนขอแต่สุดท้ายสิ่งที่ผู้เป็นราชาทำก็คือหันหลังกลับไปแล้วพึมพำประโยคสุดท้ายออกมา

 

“ความเชื่อไม่ใช่ความจริงหรอกนะฮินาตะ”

 

“นายไม่เชื่อฉันเลยคาเงยามะ!! ฉันบอกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนทำไง! นี่!! กลับมานะ!”ปรี่เข้าไปเกาะกรงเหล็กพลางตะโกนเรียกคนที่ค่อยๆเดินจากไป ถูกแทนทับด้วยทหารร่างกำยำที่เดินกลับมาเฝ้าเขาต่อแล้วตะโกนว่าให้เลิกพูด

 

ค่อยๆถอยหลังกลับมาพิงกำแพง ก้มศีรษะซบใบหน้าลงกับหัวเข่าแล้วกัดปากแน่นจนเลือดซึม

 

เขาโกรธ

 

โกรธที่คนๆนั้นทำเป็นพูดว่าเชื่อเขา

 

แต่ความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนคำพูดของตัวเองเลยสักนิด

 

โกรธที่ตัวเองงี่เง่าจนไม่ได้มองโลกความเป็นจริง

 

ว่าที่อีกฝ่ายยอมทำดีด้วยก็แค่ต้องการข้อมูลเท่านั้น

 

ยังไงซะ ซักวันเขาก็ต้องถูกฆ่าด้วยฝีมือของคนๆนั้นอยู่แล้ว ชีวิตของเขามันจบลงตั้งแต่วันที่ถูกคาเงยามะจับมาในฐานะเชลยแล้ว

 

เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็แค่เรื่องโกหกเท่านั้น

 

 

 

******

 

 

 

หลังจากกลับมายังห้องทำงานของตน ก็เดินไปทิ้งตัวเองลงบนเก้าอี้หนัง ยกฝ่ามือขึ้นปิดตาพลางบีบขมับตัวเองเบาๆ

 

สายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังจากฮินาตะที่มองมายังเขา

 

เขาเชื่อ..เชื่อทุกคำพูดของฮินาตะ ขอแค่ฮินาตะพูดออกมาเขาก็พร้อมที่จะเชื่อหมดทุกอย่าง เชื่อว่าฮินาตะไม่ได้ทำ เชื่อว่ากลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะไม่ได้เป็นตัวบงการเรื่องนี้

 

แต่ก็อย่างที่ใครๆรู้กัน แค่คำพูดมันไม่เพียงพอถ้าหากหลักฐานไม่แน่นหนา

 

ทางการต่างก็ตัดสินโทษไปแล้ว อีกอย่างเขาเองก็โดนหมายหัวเหมือนกันด้วย เรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมนี้ แทนที่จะส่งตัวฮินาตะให้ทางการตั้งแต่วันแรกที่จับมาได้เพื่อรีดข้อมูล แต่กลับให้เจ้านั่นอยู่ในการดูแลของตัวเองซะอย่างนั้น

 

จะเรียกว่าเห็นแก่ตัวก็ได้

 

แต่คำที่พ่อพร่ำสอนบอกมาว่าเขามีหน้าที่ที่ต้องทำ มีสิ่งที่ต้องแบกรับทำให้ต้องปลุกตัวเองออกจากฝันที่เสกสร้างขึ้นในตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

ตื่นมาพบเจอกับโลกความเป็นจริง ตื่นมาทำในสิ่งที่คนมีศักดิ์เป็นราชาจำเป็นต้องทำ ไม่ใช่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง

 

ท้ายที่สุด คาเงยามะจึงตัดสินใจที่จะรับหน้าที่ลงดาบคร่าชีวิตฮินาตะเอง

 

หากมันเป็นสิ่งที่ควรจะทำมาตั้งนาน หากมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องล่ะก็..

 

และยิ่งกว่าอื่นใด หากใครจะเป็นคนที่ฆ่าฮินาตะล่ะก็ เขาขอเป็นคนลงมือเอง

 

รู้สึกปวดหนึบไปทั้งอกซ้าย ไม่อยากหลับตาลงให้พรุ่งนี้มาถึง แต่เวลากลับเดินเร็วผิดปกติทั้งๆที่อยากหยุดตอนนี้ไว้ไม่ให้ยามเช้ามาถึง

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ต้องลุกขึ้นมาไปเปิด ปรากฏเป็นบุคคลหน้าตาคุ้นเคยที่เห็นกันอยู่แทบทุกวัน เส้นผมสีดำสนิทจัดทรงอย่างดีขยับเล็กน้อยตามแรงเอียงศีรษะ

 

อิวาอิซึมิหันซ้ายหันขวาก่อนจะก้าวอาดๆเข้ามาในห้อง คาเงยามะมองตามก่อนจะปิดประตูลงอย่างรู้งาน เดินไปหยุดที่ด้านหลังพี่ชายของตนซึ่งยืนกอดอกมองหน้าต่างทอดสายตาลงไปยังพื้นเบื้องล่างอยู่

 

“ดอกเยอบีร่านี่สวยดีนะ”<