[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.6

posted on 30 Jan 2016 17:30 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.6

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 6

 

 

 

ผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์สำหรับการดูแลดอกเยอบีร่า ฮินาตะปาดเหงื่อก่อนจะวางอุปกรณ์รดน้ำต้นไม้ลงข้างๆ เหยียดกายยืนขึ้นก่อนจะท้าวสะเอวมองผลงานของตนเอง

 

กลีบดอกสีขาวสะอาดชูชันเด่นรับกับก้านเล็กๆนั่น กลิ่นไอดินที่ลอยขึ้นมาแตะจมูกช่วยทำให้รู้สึกดี

 

ตลอดเวลาหลังจากที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลดอกไม้นี่ แทบทุกวันจะมีคุนิมิที่ผ่านมาและเขาก็เป็นฝ่ายดึงคนสนิทของราชาคนนั้นมาช่วยดูดอกเยอบีร่าด้วยกัน แม้ว่าคุนิมิจะมีท่าทางงงๆก็เถอะว่ามันดูแลยังไง บางครั้งก็มีทหารที่เขาจำชื่อไม่ได้แต่ทรงผมรูปทรงเหมือนหัวหอมแดงผ่านมาก็จะถูกเรียกให้มาดูด้วยกันอีก แม้อีกฝ่ายจะบอกชื่อตัวเองตลอดเวลาที่เรียกเขาด้วยชื่อที่ตั้งก็ตาม

 

แต่อิวาอิซึมิ คนที่ตัวเองอยากเจอที่สุดเพื่อถามเกี่ยวกับวิธีการดูแลกลับหาตัวไม่เจอซะงั้น โดนคาเงยามะไล่ออกรึเปล่าก็ไม่รู้ พอถามทหารหัวหอมแดงนั่นก็เลี่ยงที่จะให้คำตอบอีกต่างหาก

 

เหนือยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ ทุกเที่ยงและทุกเย็นของทุกวัน คนที่จับเขามาก็จะแวะเวียนมาเสมอ บางทีก็มากวนประสาท บางทีก็มาตรวจดูว่าเขาดูแลดอกไม้นี่ดีหรือไม่

 

“ไงเจ้าเซ่อฮินาตะ ดูแลดอกไม้ดีรึเปล่าวันนี้ ?”นึกถึงก็มาทันที คนตัวเล็กกว่ายิ้มก่อนจะยืดอกผายมือไปที่ผลงานตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

 

“เชิญชมความงามของดอกเยอบีร่าได้เลย!”ดวงตาสีดำประกายน้ำเงินนั่นเหลือบมามองเล็กน้อย

 

“ก็โอเคนี่”

 

“หา! ไม่ใช่ ‘โอเค’ แต่นี่มัน ‘เยี่ยม!’ ไปเลยต่างหาก!! ฉันไม่เคยดูแลดอกไม้มาก่อนเลยนะ!”

 

“ถ้างั้นก็ช่วยดูแลให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อย่าลืม ถ้ามันเหี่ยวฉันฆ่านายแน่นอน”

 

“กล้าก็ทำสิ”นอกจากจะไม่กลัวแล้วยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ให้คาเงยามะคิ้วกระตุกอีกต่างหาก ก่อนจะกลับมาหน้านิ่งดังเดิมเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยคำถามถัดมา

 

“นี่ๆ ทำไมนายถึงเอาดอกไม้นี่มาลงล่ะ ? ชอบมันเหรอ หรืออะไร ?”

 

“ก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษหรอกนะ ก็แค่..คิดว่าสวยดี”

 

“ฉันก็คิดว่ามันสวยดีเหมือนกัน! แต่ก็ชอบมากด้วย..แต่ไอ้คนนิสัยเสียแบบนายที่ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษเนี่ยจะเอา มาปลูกทำไมล่ะ ?”แม้จะทำหน้าสงสัยแต่มิวาย คำพูดนั้นยังคงจิกกัดเสมอทำเอาอยากขย้ำไปที่ศีรษะกลมมนนั่นแล้วบีบให้แตก

 

“อยากรู้ก็คิดเอาเองสิฟะ!”ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหันหลังหนีไปทันที รู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย ถ้าอีกฝ่ายไม่กวนประสาท เขาก็จะยอมบอกแต่โดยดี

 

อุตส่าห์วางแพลนไว้ในหัวเรียบร้อยแล้วเชียวว่าจะบอกยังไงให้ดูดีที่สุด! แต่อารมณ์ขี้หงุดหงิดของตัวเองดันทำมันพังซะได้!

 

“ฉันไม่ใช่นายนะถึงจะรู้อ่ะว่าทำไม! นี่! คาเงยามะ!”เสียงตะโกนที่ไล่ตามหลังมาก็ทำให้หลุดขำในลำคอเล็กน้อย จนสุดท้ายก็หันกลับไป

 

“มีอะไรจะมาบอก”

 

“อ-อะไร..อย่าบอกนะว่าจะจับฉันแขวนคออ่ะ!”ว่าแล้วก็ถอยหลังไปตั้งการ์ดทันที ดวงตากลมโตที่ส่งมาดูจริงจังและระวังภัยตลอด

 

“ไม่ใช่!”รีบตัดความคิดจินตนาการอีกฝ่ายที่เริ่มไปไกลก่อนจะพูดต่อ

 

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปออกงานต่างเมือง แต่ไม่ใช่งานเลี้ยงเหมือนคราวที่แล้วหรอก แค่ไปเยี่ยมผู้ครองเมืองนั้นเฉยๆ”

 

“อ้อ..แสดงว่านายจะไม่อยู่สินะ”ฮินาตะตีหน้าซื่อพลางพยักหน้ารับ แต่ในใจคิดแผนการชั่วร้ายที่จะลอบหนีไปได้แปดสิบแผนแล้ว

 

ถ้าคาเงยามะไม่อยู่..ทหารส่วนหนึ่งก็จะไม่อยู่!!

 

“ใช่ แต่นายต้องไปกับฉันด้วย”

 

แล้วแผนทั้งหลายที่สมองอันชาญฉลาดคิดค้นขึ้นมาก็ต้องหยุดชะงัก ก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

 

“ท-ทำไม ฉันต้องไปเหรอ ? คือฉันไม่ใช่คนสนิทของนายนะ..และก็ไม่ใช่ทหารอะไรแบบนี้ด้วย! ค-คนชั้นสูงอะไรก็ไม่ได้เป็น! ล..และก็..เอ่อ..ฉันเป็นโจรสลัดนะ! นายไม่กลัวฉันไปป่วนไปวุ่นวายอะไรเหรอ ?”ใช้สกิลชักแม่น้ำทั้งห้าเข้ามารวมด้วยกันก่อนจะอธิบายล้านแปดเหตุผลด้วยสีหน้าตื่นๆ

 

ซึ่งคาเงยามะก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ เพราะความคิดทุกอย่างถูกส่งผ่านมาที่สีหน้าทั้งหมดแล้ว

 

“เพราะนายเป็นโจรสลัดไงเจ้าเตี้ย! ฉันถึงต้องพานายไปด้วย! ขืนให้อยู่นี่กลับมาแกก็หนีไปน่ะสิ!”

 

“แล้วฉันไปที่นั่น ไม่กลัวฉันจะหนีไปเหรอ ?”

 

“ไม่ต้องห่วง แกตัวติดกับฉันตลอดเวลาแน่นอน”

 

แล้วรอยยิ้มที่เห็นนั่นก็ทำให้ฮินาตะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกฆ่าเป็นอย่างแน่

 

 

 

******

 

 

 

“อีกนานไหมอ่ะกว่าจะเดินทางไปถึงเนี่ย!”คนตัวเล็กโวยวายเสียงดังก่อนพองลมเข้าที่แก้ม

 

ยังดีที่คราวนี้อีกฝ่ายไม่ล่ามโซ่ใส่เขาจูงไปไหนมาไหนอีกล่ะนะ

 

แต่ก็ต้องตัวติดกันตลอดเวลานี่มันอะไรกัน!!

 

“เมืองของท่านคุโรโอะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่..อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงแล้ว ทำไม ? ไม่ชอบนั่งเรือนานๆรึไง ? ทีตอนเป็นโจรสลัดนายยังนั่งเรือนานๆได้เลย”

 

“ก็ตอนนั้นฉันชอบไปนั่งเล่นดูวิวที่ลานหลักนี่! อากาศถ่ายเทและก็มองเห็นนั่นนี่โน่นได้รอบทิศเลย แต่พอตอนนี้ฉันต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในห้องของนายมันน่าเบื่อจะตาย!”

 

“ทีตอนไปเมืองของท่านโออิคาวะ นั่งเป็นวันๆนายยังทนได้เลย!”

 

“มันก็น่าเบื่อแต่ฉันแค่อดทนไม่บ่นเฉยๆนี่นา”ว่าพลางแกว่งขาไปมา ดวงตาเรียวรีที่จดจ้องเอกสารในมือเมื่อสักครู่เปลี่ยนมามองคนตรงหน้าแทน ก่อนจะวางแผ่นกระดาษในมือแล้วถือวิสาสะเดินไปคว้าแขนอีกฝ่ายทันที

 

“มานี่”

 

“จ-จะพาไปไหนอ่ะ! คุกเหรอ!?”

 

ไม่คิดจะตอบคำถาม แต่ก็ยังคงเดินนำไปโดยที่ดึงแขนเล็กๆนั่นไว้อยู่ เล็กจนกำได้รอบมือด้วยซ้ำจนนึกว่าเป็นแขนของเด็กผู้หญิง

 

“แกนี่..กินก็เยอะ แต่เอาสารอาหารทั้งหมดไปลงไว้ตรงไหน”บ่นลอยๆขึ้นมาโดยไม่หวังคำตอบ แต่คนที่ตามหลังตนมากลับทำท่าคิดหนักก่อนจะตอบอ้อมๆแอ้มๆ

 

“ไม่รู้เหมือนกัน..ฉันเองก็อยากสูงอยากตัวใหญ่ๆมีกล้ามบึกๆแบบคนอื่นๆบ้างเหมือนกันน้า..จะได้ดูน่าเกรงขามอะไรงี้! แต่ทำทุกอย่างแล้วก็เป็นเหมือนเดิมอ่ะ..เฮ้ย! อย่าหัวเราะนะเฟ้ย!”

 

“อะไร ฉันยังไม่ได้ขำเลย”ถึงปากจะว่าไปแบบนั้นแต่ก็แอบหลุดขำไปแล้วเหมือนกัน แตกต่างกับเขาโดยสิ้นเชิงที่ดื่มนมหรือออกกำลังกายเพียงไม่นานส่วนสูงก็โดดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“เอ้า! ถึงแล้ว!”ว่าพลางปล่อยมืออีกฝ่ายก่อนจะปิดประตูดาดฟ้าของเรือ หันกลับมามองคนตัวเล็กที่กระโดดไปมาราวกับแหวกว่ายท่ามกลางคลื่นลม

 

“ฮ้า! สดชื่นจังเลย! วันนี้นายกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าอ่ะคาเงยามะ! ใจดีผิดปกติมากเลย!!”อย่างเคยคือถึงจะเป็นการชมเขาและน้ำเสียงนั่นก็ปนไปด้วยความดีใจ แต่ก็ยังมีแอบด่าอยู่เนืองๆ และดูเหมือนฮินาตะจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกมา

 

แต่ถึงอย่างนั้น ร่างสูงก็ไม่ได้ถือสาเอาความ เดินไปพิงระเบียงเรือข้างๆก่อนจะทอดสายตามองวิวของทะเลผืนกว้างเงียบๆ

 

 แล้วเจ้าของเสียงเล็กแหลมนั่นก็เดินมาพิงระเบียงข้างๆโดยไม่พูดอะไร

 

“นาย..คิดถึงกลุ่มโจรสลัดของนายรึเปล่า ?”กลายเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายเปิดปากถาม ฮินาตะเหลือบมองก่อนจะยิ้มตอบอย่างปกติ

 

“คิดถึงสิ แต่อยู่กับนายก็ไม่ได้แย่อะไรนักหรอกนะ อย่างน้อยก็ไม่ได้โดนใส่กุญแจมือหรือขังไว้ในคุกไม่ให้เห็นตะวันเห็นเดือนซักหน่อย..แต่ก็..คิดถึงอยู่ดี”น้ำเสียงค่อยๆแผ่วลงเมื่อพูดถึงประโยคหลัง คาเงยามะมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่มักจะกักเก็บความสดใสไว้ในนั้นเสมอ ในตอนนี้กลับมีแววเหงาหงอยอยู่น้อยๆ

 

แต่แล้วความเศร้านั้นก็หายไป กลายเป็นประกายความสว่างที่กลับมาประดับในดวงตาคู่นั้นเหมือนเดิมเมื่อหันมาสบทำเอาร่างสูงชะงักเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ว่ากำลังแอบมองอยู่

 

“แต่ก็ขอบคุณนะคาเงยามะ! ที่พามาบนนี้อ่ะ!”

 

“..อือ”ตอบรับในลำคอเบาๆก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อมองแผ่นน้ำสีสะอาดดังเดิม

 

ความจริงก็เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กรู้ว่าตอนนี้สีหน้าเขาเป็นอย่างไรก็แค่นั้นเอง

 

แต่ก็รู้สึกได้ว่าหูตัวเองกำลังร้อนวูบเพราะเลือดที่สูบฉีดจนต้องยกมือขึ้นมาท้าวคางโดยหวังให้ปลายนิ้วตนปิดใบหูไปส่วนหนึ่งก็ยังดี

 

 

 

******

 

 

 

เมื่อสักครู่ พวกเขาได้ทำพิธีการเข้าพบราชาผู้ครองเมืองเนโกมะแห่งนี้ ซึ่งเป็นชายร่างสูงทำผมทรงหงอนไก่ที่ดูท่าทางจะมองเขาแล้วพูดอะไร