[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.5

posted on 28 Jan 2016 15:02 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.5

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 5

 

 

 

“คอยดูและจดจำไว้นะคาเงยามะ หากลูกเผลอพลาดพลั้งละก็ สักวันหนึ่งความใจดีนั่นแหละจะกลับเข้ามาทำลายลูก”

 

น้ำเสียงเข้มอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นข้างตัว ดวงตาสีเข้มจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้า เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังสั่นอยู่แต่ก็พยายามกลืนน้ำลายจ้องมองภาพตรงหน้าต่อไป

 

เป็นภาพของชายคนหนึ่งซึ่งถูกราชาจับได้ว่าเป็นผู้ทรยศกำลังทุกข์ทรมานกับการลงโทษ แม้ในใจจะรู้สึกสงสารอยู่บ้างแต่ก็ห้ามแสดงออกมาให้ใครเห็น

 

ความเด็ดขาดเป็นสมบัติที่คนเป็นกษัตริย์ต้องมี

 

โดยเฉพาะเขาซึ่งผู้เป็นพ่อคิดจะมอบบัลลังก์ให้เป็นคนถัดไป ไม่ใช่พี่ชายต่างแม่ ยิ่งต้องฝึกความเด็ดเดี่ยวให้กับตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก

 

แม้บางครั้งเวลามองเด็กในเมืองวิ่งเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนานจะรู้สึกอิจฉาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถปริปากพูดได้ เพราะภาระหน้าที่ที่บ่าเล็กๆทั้งสองข้างกำลังแบกอยู่มันยิ่งใหญ่เกินไป

 

ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าการหาความสนุกสนานให้เหมาะสมกับวัยเด็กของตนมันไม่มีทางเกิดขึ้น

 

เข้านอนแต่หัวค่ำ ตื่นมาทานอาหารในวัง เรียนหนังสือ ฝึกวิชาดาบ หรือในบางวันก็ต้องติดตามท่านพ่อออกไปในที่ต่างๆ รวมไปถึงการหัดเข้างานสังคมด้วย

 

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันจนรู้สึกเบื่อหน่าย ไร้ซึ่งความสนุก

 

บางทีก็อดที่จะโกรธตัวเองไม่ได้ที่เกิดมาเป็นลูกของผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้

 

ก่อนที่เขาจะอายุ 9 ขวบ เขายังคงมีคุณแม่อยู่ข้างๆเสมอ หญิงสาวผู้แสนใจดี งดงามและมากฝีมือในการทำแกงกระหรี่ของโปรดของคาเงยามะ ชีวิตทุกอย่างยังคงปกติดี

 

จนกระทั่งวันที่อายุครบ 9 ขวบ มันควรเป็นวันที่เขามีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อและแม่ เป็นวันที่ทุกคนจะมาร่วมยินดีและอวยพรวันเกิด

 

แต่มันกลับเป็นวันที่เขาสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รักไปเนื่องจากโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา

 

หลังจากวันนั้น ผู้เป็นพ่อก็เข้มงวดมาตลอดโดยหวังให้ลูกชายของตนเข้มแข็งขึ้น และคาเงยามะก็ออกรบครั้งแรกเมื่ออายุ 13

 

แม้จะกลับมาโดยปลอดภัย มีเพียงบาดแผลถลอกเล็กๆน้อยๆ แต่จิตใจกลับบาดเจ็บสาหัสอย่างรุนแรงเมื่อครั้งแรกที่ลงดาบใส่ผู้คน แต่เพราะคำของพ่อที่พร่ำสอนไว้ยังคงก้องดังอยู่ในหัว สองมือจึงต้องทำไปอย่างห้ามไม่ได้

 

และทิ้งตัวเองให้จมลงไปข้างใต้น้ำลึกแห่งความโดดเดี่ยว ลึกจนไม่เห็นก้นบึ้ง

 

แล้วบัลลังก์ก็ถูกส่งมอบให้กับราชาที่ยังเยาว์วัย ไม่นานหลังจากนั้น โรคร้ายที่เกิดจากความเครียดเรื่องงานและลูกชายของตนก็เข้ามารุมเร้า และเสียชีวิตไปในที่สุด

 

ราชาผู้เดียวดาย ยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บ

 

แต่ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งจะค่อยๆมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านมาบริเวณนั้น คอบปัดเป่าลมหนาวออกไปแล้วโอบกอดด้วยความอบอุ่น

 

ดวงตาสีเข้มจ้องมองคนตัวเล็กที่ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอยู่ในสวนก่อนจะหลุดยิ้มที่มุมปาก

 

ที่เลือกให้อีกฝ่ายอยู่ห้องนั้น เพราะห้องของเขาอยู่ชั้นบนและสามารถมองเห็นสวนของวังได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

 

 

 

******

 

 

 

“คุนิมิ!! ดอกไม้นี่คือดอกอะไรอ่ะ!”ดวงตากลมโตเป็นประกายก่อนจะจ้องมองดอกไม้สีขาวสะอาด แข่งกันเบ่งบานอยู่ข้างๆห้องของตน เมื่อเช้าคนสวนเพิ่งนำมันมาลงในแปลงนี่เอง

 

ทันทีที่เห็นก็ส่งเสียงร้องอย่างตกใจ ก่อนจะเดินเข้ามาดูใกล้ๆ รู้สึกชื่นชอบดอกไม้ชนิดนี้อยากบอกไม่ถูก ประจวบเหมาะกับที่คนสนิทของราชาเข้ามาในสวนช่วงนี้พอดีจึงรีบลากมาถาม

 

“ดอกเยอบีร่าน่ะ..”

 

“เยอบีร่า! ชื่อเพราะจัง!! ดอกนี้ขึ้นได้ดีในฤดูนี้งั้นเหรอทำไมจู่ๆถึงปลูกล่ะ!”

 

“เอ่อ...คือ..”ใบหน้ามนทำท่าลำบากใจเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้รอบรู้เรื่องดอกไม้ อีกทั้งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆนายเหนือหัวของตัวเองถึงได้สั่งให้นำดอกไม้ชนิดนี้มาลงในแปลงช่วงนี้กันก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ปกติ หน้าที่ทุกอย่างปล่อยให้คนสวนของที่นี่เป็นคนจัดการทั้งหมดแท้ๆ

 

“ขึ้นได้ดีทุกฤดูกาล”เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง ฮินาตะหันไปมองก็รู้สึกเหมือนเป็นเดจาวูกับเมื่อวานนี้ แตกต่างกันออกไปตรงที่วันนี้เขาไม่ได้นินทาอีกฝ่ายจังๆ แต่ในใจนี่บ่นใส่ไปหลายคำแล้ว

 

“เห็นนายบอกว่างๆไม่ใช่เหรอเจ้าเตี้ย งั้นช่วยดูแลดอกไม้พวกนี้ด้วยละกัน อย่าให้เหี่ยวตายล่ะ”

 

“หา!! แต่ฉันไม่เคยดูแล..”ทันทีที่ได้โดนอีกฝ่ายโยนหน้าที่ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนก็รีบโต้เถียงกลับไปทันที แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ร่างสูงก็พูดแทรกขึ้นก่อน

 

“คำสั่งฉัน นายห้ามขัดเข้าใจไหม นี่เป็นการชดใช้ที่นายทำสมบัติของตระกูลฉันพัง”

 

“หึย..”ร่างเล็กกัดฟันกรอด ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ คุนิมิเลิ่กคิ้วก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรจึงขอตัวไปที่อื่นต่อ

 

ยืนเถียงกันได้ไม่นาน ผู้มีอำนาจก็ต้องขอตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานเพื่อเซ็นเอกสารมากมายดังเคยต่อ ทิ้งให้คนร่างเล็กต้องวิ่งวุ่นไปทั่วสวนเพื่อสอบถามวิธีดูแลดอกเยอบีร่า

 

“อ๊ะ! นาย! หนึ่งในคนสวนที่นี่ใช่ไหม! บอกวิธีดูแลเยอบีร่าหน่อยสิ!”ทันทีที่เห็นคนยืนอยู่ในสวนก็รีบตะโกนถามทันที อีกฝ่ายหันกลับมาก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เส้นผมสีดำชี้ฟูสะบัดตามลมก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“..คนสวน ? ..ฉันงั้นเหรอ ?..อีกอย่างนายเป็นใครน่ะ ?”

 

“ฉันชื่อฮินาตะ โชโยว! โดนเจ้าคาเงยามะจับมาน่ะ! แต่ก็ช่างมันเหอะ จู่ๆเจ้าราชาบ้านั่นก็โยนหน้าที่ดูแลเยอบีร่าใส่ฉันซะงั้นเลย ฉันเองก็ไม่เคยปลูกต้นไม้ดอกไม้มาก่อนด้วย นายเป็นคนสวนที่นี่น่าจะรู้วิธีดูแลใช่ไหม!”พอเห็นรอยยิ้มสดใสของอีกฝ่ายพร้อมท่าทางใสซื่อก็ทำได้แค่กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดขำออกมาแล้วพูดต่อ

 

“อา รู้สิ”

 

“เย้! ถ้างั้นช่วยสอนหน่อยนะ! ถ้าฉันทำดอกไม้พวกนั้นเหี่ยว ไอ้หมอนั่นต้องเอาฉันตายแน่ๆเลย”

 

ว่าแล้วทั้งสองก็เดินกลับไปยังแปลงดอกเยอบีร่าที่กำลังเบ่งบาน ร่างโปร่งต่างก็สอนวิธีการดูแลต่างๆมากมายให้กับอีกฝ่าย ซึ่งก็ดูเหมือนจะยอมรับฟังแต่โดยดี

 

แม้ปากจะบ่นอุบอิบตลอดเวลา แต่ท่าทางที่ดูสนใจกับการดูแลก็ทำให้ร่างโปร่งหลุดยิ้มออกมากับการแสดงออกของฮินาตะ

 

“สิ่งสำคัญคือให้น้ำสม่ำเสมอแต่ห้ามเปียกดอกและใบ มันไม่ชอบน้ำเท่าไหร่ ควรให้น้ำแบบหยด อย่าลืมล่ะ”

 

“อื้อ!”

 

จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้สักพัก เสียงฝีเท้าก็หยุดที่ด้านหลัง ทั้งคู่หันไปก็พบชายหนุ่มร่างสูงเกือบ190เซนติเมตรในชุดเกราะกำลังยืนมอง แล้ว “คนสวน” ข้างๆก็ผุดลุกขึ้นก่อนจะหันมาบอกคนตัวเล็ก

 

“ฉันต้องไปแล้วล่ะฮินาตะ ขอบใจที่มาตามนะคินดะอิจิ”ประโยคหลังหันไปพูดกับทหารก็จริง แต่ฝ่ามือยังคงโบกบอกลาเจ้าของเรือนผมสีส้ม ก่อนที่จะเดินจากไป เสียงเล็กๆก็ตะโกนขึ้นมาดักไว้ก่อน

 

“นายชื่ออะไรอ่ะ! นั่งด้วยกันตั้งนานลืมถามไปซะสนิทเลย!”

 

“..อิวาอิซึมิ ฮาจิเมะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฮินาตะ โชโยว”ว่าแล้วก็เดินคู่กันไปกับทหารร่างสูงคนนั้น ฮินาตะพึมพำชื่อนั้นก่อนจะยิ้มออกมาแล้วตะโกนให้เสียงดังกว่าเดิมหวังให้คนที่กำลังเดินนั้นได้ยิน

 

“แล้วคราวหลังมาช่วยฉันดูแลเยอบีร่าอีกนะ!”ซึ่งคำตอบรับก็คือการพยักหน้าของอีกฝ่ายแม้ว่าจะไม่ได้หันมามองก็ตาม

 

“ฮ้า! คนสวนที่นี่ใจดีจริงๆเลยแหะ แถมสนิทกับทหารด้วย!! ก็ท่าทางอบอุ่นกันดีนะความสัมพันธ์ของคนที่นี่ นึกว่าจะมีแต่เคร่งครัดตามกฎระเบียบไม่มีพี่มีน้องกันซะอีก!”อีกาตัวน้อยกอดอก สรุปทุกอย่างให้กับตัวเอง ก่อนจะหันไปนั่งยองๆมองดอกไม้เหล่านั้นต่อ

 

“ใครเหรอครับ ท่านอิวาอิซึมิ ?”คินดะอิจิเอ่ยถาม นึกถึงท่าทางร่าเริงคล้ายลูกสุนัขนั่นก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานคนชั้นสูงจากไหนและมาสนิทกับนายของตนตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“..เชลยที่คาเงยามะจับมาน่ะ ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นคนสวนนะ”

 

“หา!! แบบนั้นมันเสียมารยาทมากเลยไม่ใช่หรือไงครับ!? แล้วนี่ท่านได้บอกไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นใคร ?”

 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก”ดูเหมือนร่างโปร่งจะไม่ได้ใส่ใจ หนำซ้ำยังหลุดขำออกมาน้อยๆด้วยซ้ำที่คนตัวเล็กนั่นไม่รู้ถึงฐานะของเขา

 

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยฉันก็ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้น่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ราชาซักหน่อย ก็แค่มีความเกี่ยวข้องกับคาเงยามะแค่นั้นเอง”รอยยิ้มบางๆถูกประดับบนใบหน้า คินดะอิจิมองตามก่อนจะไม่พูดอะไรอีก

 

เขารู้และยอมรับดีว่าตัวเองรู้สึกไม่เต็มร้อยกับ “ผู้ครองเมือง”

 

เพราะเขารู้สึกว่านายของตนนั้นเหมาะที่จะเป็นราชามากกว่า

 

แต่เพราะราชาคนก่อนรักคาเงยามะมากกว่า..ก็เลยมอบบัลลังก์ให้..ก็เท่านั้น

 

แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ จึงทำทุกอย่างให้ดีที่สุดนั่นก็คือก้มหัวรับใช้ผู้ที่ตนเคารพต่อไปด้วยความซื่อสัตย์ก็เท่านั้นเอง

 

 

 

******

 

 

 

“ขอโทษจริงๆนะโทบิโอะจัง ที่ทหารของฉันดูแลรักษาความปลอดภัยได้ไม่ดีเท่าที่ควรน่ะ”

 

“ไม่ใช่ไม่ดี แต่แย่เลยต่างหากครับ!”คาเงยามะพูดด้วยน้ำเสียงฉุนๆ ก่อนจะถามกลับไป

 

“ถือว่าผมไว้หน้าแล้วนะครับที่ไม่ทำให้เกิดการต่อสู้กลางงานเลี้ยงเมื่อคืนไม่งั้นคุณคงโดนหลายๆประเทศไม่ไว้ใจไปแล้วว่าการรักษาความปลอดภัยนั้นไม่ดี”

 

“อ๋า..ฉันจะยอมรับข้อเสียนี่ไปปรับปรุงนะ รับรองว่าคราวหน้าจะไม่มีเหตุอะไรแบบนี้อีกเด็ดขาด!”ราชาของประเทศเพื่อนบ้านพยักหน้ารับ แต่ท่าทางเอาเล่นเอาจริงนั่นทำให้เจ้าของเรือนผมสีขนกาคิ้วกระตุกกึกๆ

 

“ยังไงก็เถอะครับ คุณรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนทำ หรือ..คุณมีส่วนรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้รึเปล่า ?”

 

“ไม่ใช่นะไม่ใช่! ฉันจะสั่งให้คนไปโจมตีนายทั้งๆที่ยังอยู่ในเมืองของฉันได้ยังไงกันล่ะ! ถ้าอยู่ที่อื่นก็ว่าไปอย่าง”แล้วคำพูดสุดท้ายที่เผลอหลุดออกมาก็ทำให้โออิคาวะค่อยๆยกมือปิดปากแล้วหัวเราะแหะๆตามฉบับของตน

 

แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่อ่อนวัยกว่าก็ไม่ได้ถือสาเอาความ อาจเป็นเพราะรู้จักมานานแล้วจึงรู้นิสัยอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

 

“เอาเป็นว่านายก็ระวังๆตัวเอาไว้นะโทบิโอะจัง! ถึงขั้นตามล่าขนาดนี้แสดงว่านายอาจจะเผลอไปทำให้ใครไม่พอใจก็ได้นะ!”

 

“จะเป็นใครล่ะครับ ? ..ผมเองก็ดูแลบ้านเมืองด้วยความชอบธรรมมาตลอด สงครามก็ไม่ได้เกิดมานานแล้ว”

 

“ก็โจรสลัดที่นายจับมาไง นายไม่คิดจะสงสัยเด็กคนนั้นหน่อยเหรอ ?”

 

“ค-คุณรู้ได้ยังไง!?”ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างมองอีกฝ่าย นอกจากทหารของตนที่พามาด้วยแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีกเลย

 

“แหม เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ ฉันน่ะเป็นถึงท่านโออิคาวะเชียวน้า!”ปิดท้ายด้วยการยอตัวเอง ก่อนจะโบกมือลาที่เหมือนจะไล่เสียมากกว่า

 

“ขี้เกียจคุยกับโทบิโอะจังแล้วล่ะ นายกลับไปเถอะ อ้อ! ฝากบอกอิวะจังด้วยนะว่าฉันคิดถึงม๊ากกมากก ~ และฉันก็เสียใจชนิดที่ว่านอนร้องไห้ทั้งคืนเลยแหละตอนที่ได้รับจดหมายตอบรับจากนายว่าอิวะจังจะไม่มาน่ะ”

 

นั่นมันเป็นสิ่งคาเงยามะคุยกับราชาเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ไปงานเลี้ยง ลูบคางใช้ความคิดก็ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนโจมตีตน

 

แต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้

 

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่คิดจะสังหารคือใครกันแน่

 

 

 

******

 

 

 

“อรุณสวัสดิ์สึกิชิมะ”รอยยิ้มอ่อนโยนของสึกาวาระปรากฏขึ้นเมื่อเห็นหนึ่งในลูกเรือเดินเข้ามาในห้องอาหาร อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับก่อนจะถือจานข้าวมานั่งลงบนโต๊ะ

 

“การสืบสวนของพวกเรา..คิดว่ารวบรวมหลักฐานไปได้ถึงไหนแล้วครับ ?”

 

“ก็แค่ประมาณ10เปอร์เซ็นต์เองล่ะนะ”ผู้เป็นรุ่นพี่ว่าพลางลูบคาง หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดถกเถียงและตะเวนไปตามที่ต่างๆเพื่อหาความจริงมาเป็นอาทิตย์ก็ยังรู้สึกไม่ได้เข้าใกล้เลยแม้แต่น้อยนิด

 

มันสมองของทีมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปถึงพยักหน้าหงึกๆ

 

“น่า! พักแล้วใจเย็นกันก่อนเถอะนะ!”ไดจิเอ่ยก่อนจะยิ้มให้ทุกคน ซึ่งนั่นก็ทำให้ความหงุดหงิดในใจของใครหลายคนค่อยๆทุเลาลงได้บ้าง

 

แต่แล้วหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามประจำกลุ่มก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาก่อนจะพูดด้วยเสียงดังขัดกับนิสัยของเธอ ซึ่งปะปนไปด้วยเสียงหอบน้อยๆ

 

“ท-ทุกคน! ฮิโตกะจังหายตัวไป!”

 

แล้วบรรยากาศในห้องอาหารก็เงียบลงโดยฉับพลัน ทุกร่างลุกขึ้นก่อนจะตามชิมิสึไปยังห้องของเธอและยาจิ เมื่อไปถึงก็พบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบ ยกเว้นเงินบางส่วนที่หายไป

 

“..เมื่อเช้าผมก็ไม่เห็นยามากุจิ”สึกิชิมิว่าพลางนึกถึงเตียงที่ว่างเปล่าของอีกฝ่าย เขาไม่คิดอะไรมากเพราะนึกว่าเพื่อนสนิทตนน่าจะลงมาทานข้าวเรียบร้อย แม้ว่าปกติจะเป็นคนตื่นสายก็เถอะ

 

แต่พอตัวเองลงมาถึงห้องอาหารแล้วยังไม่เห็นอีกฝ่าย ประกอบกับที่สาวน้อยตัวเล็กหายตัวไปก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ

 

“ทุกคนแยกย้ายกันตามหาทั้งคู่บนเรือเพื่อยืนยันว่าทั้งสองยังปลอดภัย”สิ้นเสียงคำสั่ง ทุกร่างก็สลายกันไปคนละทางทันทีโดยไม่ให้เสียเวลาเปล่า

 

ผ่านไปไม่นาน อีกาทั้งฝูงก็มาหยุดที่ท้องเรือบริเวณเก็บของ มองหน้าต่างบานเล็กที่ถูกเปิดทิ้งไว้พร้อมเชือกที่โรยตัวลงไปข้างล่างพื้นทะเล ประกอบกับเรือชูชีพที่หายไปลำหนึ่ง

 

“ทั้งคู่คงออกไปทางนี้ตั้งแต่เมื่อคืน”เอนโนชิตะว่าพลางเหลือบมองสีหน้าของชิมิสึที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง รวมถึงคิ้วของสึกิชิมะที่ขมวดน้อยๆ

 

“ล-แล้วสองคนนั้นไปไหนกันล่ะ ?..ถ้าโดนใครจับไปหรือ..”

 

“ไม่ใช่หรอกครับ สองคนนั้นน่าจะออกไปเองด้วยความสมัครใจมากกว่า บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของฮินาตะ”ทานากะเอ่ยขึ้นก่อนที่อาซาฮิจะพูดจบเพื่อคลายกังวลของอีกฝ่าย แต่ดวงตาของเขาก็ร้อนรนไม่แพ้กัน

 

“หายไปไหนล่ะ ?..อย่าบอกนะว่าน-หนี ?..”

 

“สองคนนั้นไม่หนีหรอก แต่มีเรื่องที่ต้องไปทำต่างหาก”หัวหน้าของกลุ่มกล่าวขึ้น

 

ก่อนจะหันมาสบกับดวงตาของทุกคนที่จ้องมองมาที่เขาคนเดียว

 

 

 

TBC.

 

 

 

******

 

 

 

สำหรับตอนนี้เป็นตอนเปิดตัวของพี่อิวะค่า เย่

อ้อ คินดะอิจิด้วย!

ผู้ต้องสงสัยหลายคนเลย คิดว่าจะเป็นใครที่เป็นคนร้ายกัน

แต่น่าจะเดาได้ไม่ยาก อย่างน้อยต้องมีคนเดาถูกแน่นอนค่ะ ห้าห้าห้า เพราะตัวละครก็มีอยู่แค่นี้แหละ

ยามากุจิกับยัตจังหายไปไหนกันนะ ⊙ω⊙

 

 

 

V A L I N O ★

Comment

Comment:

Tweet

เกลียดราชาโออิจังเลยค่ะ 555555555555555555555555555555

ว่าละคาแรคเตอร์นางต้องเป็นงี้ 5555

ฮินาตะ ฮืออออออออออออ น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#3 By Haitest (180.222.148.46) on 2016-02-01 11:57

ใช่ค่ะ แต่มีแค่ฮินาตะที่เข้าใจผิดนะ 555555555

#2 By V A L I N O on 2016-01-30 17:13

อิวะจังดันถูกเข้าใจว่าเป็นคนสวนซะได้ ????????????

#1 By So Eia on 2016-01-30 10:05