[Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.4

posted on 26 Jan 2016 23:03 by valino in Haikyuufanfic directory Fiction, Cartoon

Title: [Haikyuu FIC] Horizon [KageHina] EP.4

Pairing: Kageyama x Hinata

Author: V A L I N O ★

 

 

 

******

 

 

 

Episode 4

 

 

 

จากวันนั้นก็ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว...

 

ฮินาตะนึกถึงพลางแกว่งขาตัวเองเล่น สายตาเหม่อมองดอกไม้ในสวนของวัง หลังจากที่คาเงยามะกลับมา ก็มีสีหน้าเครียดจนไม่กล้าเอ่ยปากถาม คงไปเจอเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาพอตัว

 

เช้าวันต่อมาก็เดินทางกลับมายังเมืองของคาเงยามะ ตอนเช้าคนๆนั้นไปคุยกับราชาของเมืองที่ไปงานเลี้ยง ซึ่งก็คือโออิคาวะ โทโอรุ นั่นแหละ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทหารของตัวเองแต่ฮินาตะก็ไม่ได้ไปฟังหรอก แหงล่ะ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันนี่

 

เขาโดนจับมาไว้ในห้องๆหนึ่งจากจำนวนมากมายแล้วโดนกักให้อยู่แต่ในนั้น โชคดีที่เปิดประตูออกมาก็จ๊ะเอ๋กับสวนของวังทันที แต่จะแอบปีนกำแพงหนีออกไปไหนก็ทำไม่ได้เพราะมีทหารเฝ้าอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ในห้องคุกเก่าๆใต้ปราสาทเหมือนกัน

 

แต่การที่ไม่มีอะไรทำนอกจากนั่งแกร่วไปวันๆมันก็น่าเบื่อ ในใจรู้สึกคิดถึงการผจญภัยและก็ทุกคนใจแทบขาด ทั้งๆที่ไม่ได้โดนล่ามโซ่หรือมัดมือมัดเท้าอะไรไว้แต่กลับไปไหนไม่ได้แบบนี้ มันรู้สึกแย่ชะมัด

 

พอกลับมาถึง..เขาก็ไม่ได้คุยหรือเจอหน้าคาเงยามะอีกเลย

 

ถ้าจะให้เดาด้วยสมองอันน้อยนิดของฮินาตะก็ได้ประมวลผลออกมาว่า อีกฝ่ายน่าจะหมกตัวอยู่ในห้องทำงานเพื่อเซ็นเอกสารที่ตั้งเป็นกอง ขอบตาดำคล้ำและก็หน้าซีดเซียว จนทนไม่ไหวขาดใจตายไปในที่สุด

 

“อ๊ะ! นี่นายน่ะ!”ร่างเล็กตะโกนเรียกชายร่างสูงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินผ่านตนไป แววตาเรียบนิ่งหันมามองพลางเอียงคอเล็กน้อย ผมหน้าถูกปัดไปข้างๆดูเรียบร้อยก่อนจะเอ่ยถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดู นุ่มนวล

 

“..นาย..โจรสลัดที่ท่านคาเงยามะจับมา..?”

 

“อ่า..อื้อ! ก็ประมาณนั้นแหละ แหะๆ”ว่าพลางเกาศีรษะ ก่อนจะพูดต่อด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

“นายชื่ออะไรเหรอ!?”

 

“..ถามทำไมงั้นเหรอ ?”แม้จะพูดกลับไปแบบนั้นแต่พอเห็นสีหน้าจ๋อยๆของอีกฝ่ายก็ตัดสินใจบอกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก

 

“อากิระ...คุนิมิ อากิระ”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ คุนิมิ!”ว่าพลางยิ้มแฉ่ง ใบหน้าที่แสดงออกว่าเศร้าเมื่อสักครู่ได้หายไปหมด ก่อนที่คนช่างจ้อจะพูดต่อโดยไม่ให้ขาดช่วง

 

“ฉันเคยเห็นนายอยู่กับคาเงยามะบนเรือด้วยกันบ่อยๆ นายเป็นคนสนิทของเขาสินะ!”

 

“ก็..ไม่เชิง..ประมาณว่าเป็นเลขาน่ะ อะไรทำนองนั้น”

 

“แสดงว่าก็ต้องรู้จักหมอนั่นดีเลยน่ะสิ!”

 

คุนิมิเลิ่กคิ้วข้างหนึ่งอย่างประหลาดใจ คนข้างหน้าเรียกนายเหนือหัวตนด้วยคำห้วนๆโดยไม่กลัวถูกสั่งจับประหารหรือลง โทษเลยสักนิด และดูจากอาการแล้วนี่คงไม่ใช่ครั้งแรก

 

แสดงว่าเรียกแบบนี้..มาตลอดเลยสินะ

 

“ก็ น่าจะใช่ แค่อยู่ด้วยกันบ่อยๆเพราะต้องคอยรายงานตลอดน่ะ..ความจริงก็แค่หน้าที่”น้ำเสียงที่คงระดับปกติไว้ค่อยๆเบาลงเมื่อพูดประโยคหลัง พร้อมอาการที่เสตามองไปทางอื่น ฮินาตะมองอย่างงุนงงแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

 

“งั้นถามอะไรหน่อยสิ! ตอนนี้หมอนั่นอยู่ไหนเหรอ!?”

 

“อยู่ข้างหลังนายไง”ว่าพลางพยักเพยิดให้หันไป ก่อนจะก้มศีรษะทำท่าเคารพ ดวงตาสีสว่างหันไปมองตามก่อนจะเบิกกว้าง มองอีกฝ่ายยืนหน้านิ่งอยู่ ชายที่ตนเพิ่งคุยด้วยเมื่อสักครู่ก็รีบขอตัวออกจากวงสนทนาอย่างรวดเร็วทันที

 

“มีอะไรงั้นเหรอคาเงยามะ!”

 

“นายนั่นแหละมีอะไร ตะกี้ยังถามหาฉันอยู่เลยนี่”

 

“ป-เปล่า! แค่..เอ่อ..บอกก็ได้”ใบหน้าหวานยิ้มแห้งๆพลางยกมือขึ้นสองข้างเชิงยอมแพ้ ก่อนจะเกาแก้มแล้วค่อยๆพูดออกไป

 

“ก็..เอ่อ..ฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนเหรอ ? คือ..เบื่อๆน่ะ”

 

คาเงยามะแทบถลึงตามอง เจ้าเตี้ยตรงหน้าไม่รู้ตัวหรอกเหรอว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร กลับทำตัวสบายใจเฉิบเหมือนแค่มาพักร้อน!

 

“อยากออกไปข้างนอกใช่ไหม ?”

 

“ใช่!”

 

“ดี”ว่าพลางยิ้มมุมปากออกมา ซึ่งคนตัวเล็กกว่ากลับสั่นเมื่อได้เห็นมันแทบยังเสียวสันหลังวูบวาบอีกต่างหาก

 

 

 

******

 

 

 

“ฉ-ฉันอยากกลับแล้วอ่า คาเงยามะ”

 

“แต่ฉันยังไม่อยากกลับนี่ ทำไม เดินเล่นกันก่อนสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายอยู่นะ”

 

“ไว้ไปคุยกันที่วังได้ไหมอ่า..”ฮินาตะร้องโอดครวญ รู้สึกอายเวลาที่มีหลากหลายสายตามองเขาก่อนจะหัวเราะคิกคักก่อนจะมองผู้เป็นราชาอย่างชื่นชม

 

ดวงตากลมโตเหลือบมองโซ่ที่พ่วงจากคอของตนยาวไปสู่มืออีกฝ่ายที่กำลังจูงอยู่ใบ หน้าก็แดงขึ้นมา ราวกับว่านี่เป็นการประกาศว่าเขาคือเชลยที่ถูกจับมาด้วยฝีมือของท่านคาเงยามะ!

 

แต่มันก็จริงนะ..

 

“มีอะไรไปคุยที่นู่นไม่ได้เหรอ..นี่”

 

“ฉันหิวแล้ว ไปนั่งกินข้าวร้านนู้นสิ”ว่าพลางชี้นิ้วไปยังร้านใกล้ๆ ก่อนจะเดินนำไปโดยไม่ฟังคำตอบ ซึ่งคนถูกจูงก็ต้องตามไปอย่างห้ามไม่ได้ ก้มหน้างุดไม่ยอมสบสายตาใคร

 

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจที่อีกฝ่ายทำแบบนี้กับตน หนำซ้ำยังหงุดหงิดปนเขินอายเสียอีก

 

ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่เขาจะจัดการซะให้เข็ด! เอาให้สมชื่อแนวหน้าหน่วยรบของกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะเลย!!

 

หลังจากที่อีกฝ่ายทำการสั่งอาหารเรียบร้อยก็นั่งนิ่งๆไม่ยอมทำอะไรต่อ ฮินาตะกระพริบตาปริบๆก่อนจะสะกิดชายเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ

 

“นี่ มีอะไรก็พูดสิ”

 

“นายพร้อมจะฟังแล้วใช่ไหม ?”

 

“ท-ทำไมเหรอ ?”คิ้วทั้งสองข้างขมวดแน่น ในหัวคิดไปต่างๆนานาว่าเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นงั้นเหรอ ?

 

หรือกลุ่มที่โจมตีคาเงยามะโดนไดจิซังสั่งมา!?

 

“สมบัติของตระกูลฉันนายจะชดใช้ยังไง ?”

 

….

 

ร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ในหัวซะอีก!! นี่คือครั้งแรกที่ฮินาตะรู้สึกว่าตัวเองมองโลกแง่ดีกว่าที่คิด!

 

“ม-มันมีค่าประมาณเท่าไหร่งั้นเหรอ..ครับ?”กลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะปรับคำพูดตัว เองให้ดูสุภาพนอบน้อมขึ้นหวังจะช่วยลดความหน้าเงินของอีกฝ่ายลงได้บ้าง ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายงกหรือเปล่าก็เถอะ

 

“อืม..ก็สูงเลยแหละ มันเป็นมีดที่ส่งทอดต่อกันมาหลายรุ่นแล้วล่ะ ถูกบรรพบุรุษฉันสั่งทำขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แล้วต้องมอบต่อๆกันไปเพื่อเป็นข้อยืนยันว่าคนถัดไปคือลูกหลานของตระกูลคาเงยามะ..แต่พอนายทำมันพัง แล้วฉันจะมอบให้ลูกให้หลานฉันยังไงล่ะ ?”

 

“อย่างนายจะมีลูกด้วยเหรอ!..อุ๊บ!!”หลุดปากเผลอพูดประโยคไม่ดีออกไปก่อนจะยกมือขึ้นปิดทันที ดวงตากลมโตเหล่มองอีกฝ่ายหวังให้ได้ยินไม่ถนัด แต่คนตรงหน้ากับตีหน้ายักษ์ราวกับว่าต้องการจะฆ่าเขาลงตรงนี้กลางร้านอาหารที่แสนจะสงบสุขโดยไม่กลัวว่าคุณยายหน้าตาใจดีซึ่งเป็นเจ้าของร้านจะหัวใจวาย

 

“เอ่อ-แล้ว...เอาไงดีล่ะ..จะให้ชดใช้ยังไงเหรอ?”

 

“ไม่มีทางแล้ว..มันคงสั่งทำอีกไม่ได้อีกแล้วล่ะ เพราะถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตโดยช่างฝีมือประจำตระกูลที่เสียไปเมื่อนานมาแล้ว และฉันก็คงจะโดนคนทั้งตระกูลด่าทอในการกระทำที่ผิดพลาด”ว่าแล้วก็ก้มหน้าขมวดคิ้ว ฮินาตะอ้าปากน้อยๆจ้องมองอีกฝ่าย ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามาเต็มอก

 

แต่การที่คาเงยามะบอกว่า ‘ไม่มีทางแล้ว’ แสดงว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลแล้วสินะ!

 

“แสดงว่าไม่มีทางชดใช้--”

 

“นายต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง!”

 

จ้องมองนิ้วชี้ของอีกฝ่ายที่จ่อมาตรงหน้าก่อนจะตาเหลือก ถ้าเผลอจิบน้ำชาก่อนหน้านี้คงจะพ่นใส่หน้าไปแล้ว ทำไมถึงได้ตัดสินใจง่ายขนาดนี้!

 

แต่การชดใช้นี่มันก็ง่ายดีเหมือนกันนะ ถ้าเขาแอบลอบหนีออกไปได้คงไม่ต้องมานั่งฟังคำสั่งบ้าบอของราชาเอาแต่ใจนี่ แล้วล่ะ คิดแล้วมันก็ดีกว่าเสียเงินเห็นๆเลย

 

“คิดอะไรในใจ..มันแสดงออกมาทางสีหน้าหมดแล้วนะเจ้าเตี้ยฮินาตะ”

 

“ร-รู้ ด้วยเหรอ แหะๆ”ฉีกยิ้มหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะเกาศีรษะทำท่าใสซื่อ มองนั่นมองนี่ในร้านไม่ยอมสบตา พอดีกับอาหารร้อนๆส่งกลิ่นหอมและควันที่ฉุยขึ้นมาก็วางลงตรงหน้าพอดี

 

เหลือบมองอีกฝ่ายที่นั่งทานแกงกระหรี่ด้วยท่าทีสง่างามก็อดหลุดขำไม่ได้

 

“ขำอะไรของนาย”คนถูกหัวเราะใส่ขมวดคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นมาถาม มองใบหน้าหวานที่หัวเราะจนน้ำตาเล็ดจนเผลอลูบหน้าตัวเองว่ามีอะไรติดหรือเปล่า

 

“จู่ๆก็คิดได้อ่ะ! คิดว่าคนเป็นราชานี่วันๆจะกินแต่อาหารหรูหราในวังอะไรงี้เสียอีก แต่นายออกมากินอาหารในเมืองนี่แปลกคนดีนะ! ไม่กลัวโดนคนแอบใส่ยาพิษงั้นเหรอคาเงยามะคุง!”

 

“..ก็ร้านนี้..ทำแกงกะหรี่อร่อย..”พึมพำเล็กน้อยก่อนจะตั้งอกตั้งใจทานต่อ พอเห็นความมุ่งมั่นที่แอบซ่อนแววตาเรียวคมของผู้ครองแผ่นดินก็ไม่คิดจะต่อความอะไรอีก

 

“เจ้าเตี้ย นายมาเข้าร่วมกับกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะได้ยังไง ?”จู่ๆก็ถามขึ้นมาจนทำให้เผลอสำลักต้องรีบคว้าน้ำมาดื่มแก้ติดคอ มองอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าจริงจังก็ตีหน้าเครียดทันที

 

“คำสั่งข้อแรกคือตอบคำถามฉันมาซะ”ว่าแล้วก็ทำตัวเผด็จการอีกที ฮินาตะพองลมใส่แก้มก่อนจะกรอกตาไปมา ลองคิดอีกทีถึงตอบไปก็ไม่น่าจะล้วงความลับอะไรได้จึงตัดสินใจเปิดปาก

 

“ฉันและเพื่อนๆของฉันบางส่วนเกิดในสลัม พวกเราอดอยากปากแห้งมาก หิวและผอมโซ วันๆต้องแย่งอาหารกับคนอื่น พยายามไปของานทำก็ไม่มีใครให้เพราะคิดว่าเราเป็นประเภทไม่เอาไหน”

 

“แต่ว่าวันหนึ่ง พวกเราเจอเรือเล็กๆลำหนึ่งที่สามารถพาพวกเราไปไหนก็ได้!”ดวงตาเป็นประกาย เมื่อพูดถึงจุดนี้ทำเอาคนฟังเผลอชะงักไปเมื่อเห็นความเปล่งประกายในลูกแก้วคู่นั้น

 

“พวกเราคิดว่านี่แหละคิดจุดเริ่มต้นของพวกเรา! พอกันทีกับชีวิตไร้แก่นสารไปวันๆ! แล้วพวกเราก็ตัดสินใจขึ้นเรือลำนั้นแล้วช่วยกันพายไปยังเมืองข้างๆ แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเท่าไหร่ เพราะมีเรือของโจรสลัดไม่ดีผ่านมา แล้วจับพวกเราทุกคนขึ้นเรือของพวกเขา..”แล้วก็หม่นแสงลง ความรู้สึกถูกสับเปลี่ยนไวก็จริงแต่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจไร้ซึ่งการโกหก หรือแต่งเรื่องขึ้นมา ราวกับว่าคนตัวเล็กข้างหน้ายังคงจำทุกอย่างในวันนั้นได้

 

“พวกเราถูกใช้งานอย่างหนัก และนั่นทำให้ฉันพบกับเด็กๆอีกกลุ่มหนึ่ง พวกเราพยายามช่วยกันเพื่อหาทางหนี จนในที่สุดก็สนิทกัน ผ่านไปเป็นเดือนเป็นปี พวกเราถูกขัดเกลาขึ้นจากความเจ็บปวดเหล่านั้นแหละนะ! ทั้งถูกสั่งให้ขโมยของ หรือทำเรื่องไม่ดีๆซึ่งฉันไม่ชอบเลย..แต่..การกระทำของพวกนั้นก็เหมือนเลี้ยงงูไว้ในบ้าน”จู่ๆก็เสียวสันหลังวูบจนมือขวาเอื้อมไปแตะที่ปลอกดาบโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบกับดวงตาคู่นั้น ไร้ซึ่งแววประกายหรือหม่นหมอง แต่กลับ..

 

น่ากลัว

 

“..ท้ายที่สุดพวกเราก็ยึดเรือของพวกนั้นแทน! และโจรสลัดพวกนั้นก็ไม่มีทางมาตอแยกับพวกเราได้อีกด้วย! แล้วพวกเราก็ตั้งกลุ่มโจรสลัดคาราสึโนะขึ้นมาออกผจญภัยไปด้วยกันเป็นเวลา 6 ปี!”แล้วรอยยิ้มสดใสก็เผยให้เห็น ก่อนจะตักข้าวคำใหญ่เข้าปาก คิ้วเข้มเลิ่กขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ามีเนื้อเรื่องบางส่วนที่อีกฝ่ายจงใจข้ามไปแต่ก็ไม่ได้ถามต่อ

 

“งั้นเหรอ..แล้วกลุ่มโจรสลัดพวกนั้นชื่อว่าอะไรล่ะ ?”

 

“อื้อ”พยักหน้าก่อนจะกลืนข้าวคำโตลงไป

 

“จำได้ขึ้นใจเลยล่ะ กลุ่มโจรสลัดโชวกิ!”

 

 

 

******

 

 

 

เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ทันทีที่คาเงยามะได้ยินชื่อนี้ก็เผลอเบิกตากว้าง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ แล้วพาอีกฝ่ายกลับมายังที่อยู่อาศัย

 

ในตอนแรกเขากะว่าจะหลอกถามแล้วให้คนสนิทอย่างคุนิมิไปสืบข่าวเกี่ยวกับกลุ่มนี้มา แต่พอได้ยินชื่อทุกอย่างก็กระจ่างจนไม่ต้องเหนื่อยอะไร

 

กลุ่มโจรสลัดโชวกิ

 

ในอดีตกาลมีชื่อเสียงในทางลบเยอะมากจนไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ฮินาตะคงไม่รู้ว่าพวกนั้นดังขนาดไหนเพราะถูกจับไปอยู่บนเรืออยู่เสียนาน จนไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกภายนอกบ้าง

 

รางวัลค่าหัวสูงมากแม้จะไม่เท่ากลุ่มคาราสึโนะในตอนนี้ แต่เพราะพิษสงของกลุ่มโชวกิที่ร้ายแรงทั้งๆที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งดินแดนจนเป็นที่โจษจัน

 

ทางการตามล่าตัวอยู่เสียนาน รวมไปถึงพ่อของเขาด้วย ซึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องติดตามไป เพราะอีกฝ่ายหวังให้คาเงยามะชำนาญเรื่องการศึก

 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้ยินข่าวจากหมู่บ้านทางตอนใต้ว่ากลุ่มโจรสลัดโชวกิได้ไปเยือน โชคดีที่ช่วงนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นเท่าไหร่นัก กำลังพลทั้งหมดจึงรีบเคลื่อนย้ายไปยังหมู่บ้านทันที

 

แต่เมื่อไปถึงก็เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณของพวกเขาที่นอนระเกะระกะ แม้ชาวบ้านจะหวาดกลัวกับภาพที่เห็นแต่ก็ดีใจจนร้องไห้ออกมา

 

ใช่ ดีใจจนร้องไห้ออกมาจริงๆ

 

และเรือโจรสลัดของกลุ่มที่เคยเป็นที่กล่าวขานในอดีตก็หายไป..ราวกับว่ามีคนได้ขโมยมันออกไปแล้ว..

 

แล้วเรื่องราวของกลุ่มโจรสลัดโชวกิก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา แต่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นปริศนาว่าพวกเขาตายได้อย่างไร ซึ่งคนที่รู้เรื่องนอกจากกลุ่มคาราสึโนะแล้ว ก็น่าจะมีแค่เขา

 

“เจ้านั่น..ต้องผ่านอะไรมามากขนาดไหนกันนะ..ทั้งๆที่..”คาเงยามะกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงภาพใบหน้าที่มักจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ

 

ก็ไม่อาจพูดได้ว่าสิ่งทั้งหมดไม่รวมการสังหารกลุ่มโจรสลัดโชวกิ ที่พวกคาราสึโนะทำนั้นมันผิด แต่ก็ใช่ว่าผลจะออกมาไม่ดี

 

ใบหน้าคมเข้มหม่นลงเล็กน้อย ก่อนจะซบเข้ากับฝ่ามือของตน ในใจรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่แอบคิดว่าการกระทำของคนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปซะทั้งหมด ทั้งๆที่ทางการต่างก็ต้องการจับให้ได้แท้ๆ ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ของราชาอย่างเขาด้วยที่สักวันหนึ่งก็ต้องจับคนเหล่านี้มาดำเนินตามคดี

 

นอกจากนี้เสียงในใจยังคงพร่ำตะโกนบอกในสิ่งที่เขาจะไม่มีวันพูดออกมา

 

นั่นคือคำว่า ‘น่าอิจฉาจังนะ’

 

น่าอิจฉาที่อีกาฝูงนั้นสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีโซ่ตรวนมาคอยล่ามข้อเท้าไว้แบบเขา..

 

 

 

TBC.

 

 

 

******

 

 

แวะพักสบายๆกันซักนิดค่ะก่อนจะดราม่าช่วงท้าย

แอบใส่ความดาร์คเข้ามานิดหน่อยซะแล้วอ่ะ ฮือออขอโทษค่ะ /ก้มกราบ

มีแอบเล่นกับความรู้สึกฝ่าบาทเล็กน้อย เดี๋ยวจะค่อยๆเฉลยปมในใจของฝ่าบาทไปค่ะ!

ตอนนี้ไม่มีฉากอะไรหวือหวาเลย อาจจะทำให้ง่วงได้ต้องขอโทษด้วยค่ะ orz

เฉลยออกมาแล้วนะคะว่าคนสนิทของคาเงยามะก็คือคุนิมินั่นเองง (พ่อหนุ่มหน้ามนที่ตัวติดกับหัวหอมคุงแห่งโรงเรียนอาโอบะโจวไซ)

แต่อีกฝ่ายจะสนิทด้วยรึเปล่าก็อีกเรื่อง ; - ;

 

 

 

V A L I N O ★

Comment

Comment:

Tweet

สุดท้ายราชาโออิก็โผล่มาแค่ชื่อ 5555555555555555555555 

ในวังคงไม่มีใครชอบราชาเท่าไหร่สินะ นี่ไม่อยากคิดถ้าคินดะอิจิเป็นเสนานี่จะยังไง 5555555

ชอบที่ล่ามโซ่เข้ากะคออ่ะ มันดูน่ารัก ฮืออออออออออออ

#1 By Haitest (180.222.148.46) on 2016-02-01 11:53